นโยบายเศรษฐกิจที่เคยมีแนวคิด "ประชานิยม" เป็นจุดขายหลักในระยะเวลากว่า 20 ปีมานี้ อาจจะเริ่มมีคำถามว่า เหมาะสมหรือไม่ สร้างภาระให้ระบบเศรษฐกิจ โดยไม่สร้างผลิตภาพหรือเปล่า เริ่มมีการนำเสนอแนวคิด "สังคมนิยม" ที่มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำ โดยใช้วิธี Robinhood ซึ่งก็ท้าทายต่อการดำเนินการและผลที่ตามมา
ในขณะที่แนวคิด "ทุนนิยม" หรือ capitalism ที่ถูกเข้าใจผิดว่าเหมือนกับแนวคิด "ทุนสามานย์" ซึ่งไม่ได้มีภาษาอังกฤษบัญญัติไว้ แต่เป็นเพราะมีการดำเนินงานทางเศรษฐกิจที่ทุจริต (corruption) เอื้อประโยชน์ให้ทุนใหญ่ และแย่งความมั่งคั่ง (wealth redistribution) ไปจากคนอื่นอย่างไม่เป็นธรรม และถูกกล่าวอ้างว่าสร้างความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างรุนแรง เลยทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่า capitalism หรือทุนนิยม เป็นแนวคิดทางเศรษฐกิจที่ไม่ดี ทั้งที่ capitalism นั้น มุ่งเน้นการแข่งขันที่เป็นธรรม
อุดมการณ์และแนวคิดเหล่านี้ หากประชาชนผู้มีสิทธิมีเสียง จะวิเคราะห์ แยกแยะให้เห็นชัดเจน และเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองเป็น "พลเมืองตื่นรู้" (active citizen) ก็จะเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดำรงอยู่ได้ทั้ง 3 สถาบันหลัก (ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่ปรากฏในธงไตรรงค์) และเป็นหลักในการพัฒนาประเทศทุกด้านให้เข้มแข็งต่อไปได้