svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"ไทยสร้างไทย" วัดใจพรรคร่วม หลังเสนอแนวทางแก้ปัญหา 3 จชต. รอฟัง 19 มิ.ย.

11 มิถุนายน 2566
216

"ไทยสร้างไทย" ชี้ คน 3 จชต. คิดแยกดินแดน มีแต่น้อย จากงานวิจัยสถาบันพระปกเกล้า แจงรอดูท่าทีคณะทำงานพรรคร่วม หลังเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา รอฟังผล 19 มิ.ย.นี้

11 มิถุนายน 2566 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคไทยสร้างไทย และเป็นตัวแทนพรรคในคณะทำงานย่อยแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้(จชต.) ของ 8 พรรคร่วม กล่าวว่า การแก้ไขปัญหา 3 จชต.เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทุกภาคส่วนควรอดทน ละเอียด รอบคอบต่อการแก้ไขปัญหา ระวังอย่าเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ส่งผลให้ปัญหาบานปลายเหมือนเช่นที่เคยเป็นมาในอดีต

"ไทยสร้างไทย" วัดใจพรรคร่วม หลังเสนอแนวทางแก้ปัญหา 3 จชต. รอฟัง 19 มิ.ย.

ในฐานะที่เคยทำงานในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ในสมัยที่ผ่านมา ตนได้ตั้งข้อสังเกตต่อแนวทางแก้ไขปัญหา 3 จชต. จำนวน 2 ประการ ดังนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

     1. สถาบันพระปกเกล้า โดย พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาส ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า เคยทำงานวิจ้ยแนวทางแก้ไขปัญหา 3 จชต.โดยใช้ชื่องานวิจัยว่า PEACE SURVEY ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชน 3 จชต.ถึง 5 ครั้ง โดยในครั้งที่ 5 สำรวจความเห็นระหว่างเดือนกันยายน - ตุลาคม 2562

โดยถามความเห็นประชาชนถึง "รูปแบบการปกครองที่ต้องการ" พบว่า รูปแบบการปกครองที่เป็นอิสระจากประเทศไทย เป็นรูปแบบที่ประชาชนต้องการ "น้อยที่สุด" ส่วนรูปแบบการปกครองที่ประชาชนต้องการมากที่สุด คือ รูปแบบการปกครองที่มีการกระจายอำนาจมากขึ้น ด้วยโครงสร้างการปกครองที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ ภายใต้กฎหมายของประเทศไทย

ในประเด็นนี้ก็ คือ ความคิดเห็นของประชาชนใน 3 จชต.ในการเป็นอิสระจากประเทศไทยนั้นมี แต่น้อย มีข้อสังเกตว่า ถ้าไม่ปรับนโยบายและยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหา ปล่อยให้ปัญหาความไม่สงบ ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความยากจน และความอยุติธรรม ซึ่งเป็นปัญหาที่จมลึกอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ไปมากกว่านี้ ก็จะกระทบและสร้างความเสียหายต่อการพัฒนาประเทศโดยภาพรวมมากขึ้น ๆ

การประชุมครั้งแรกของ คณะทำงานย่อย 8 พรรคร่วมรัฐบาล ในนโยบายการแก้ปัญหาชายแดนใต้

     2. คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ทำการศึกษา เรื่องแนวทางสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ เพื่อการพัฒนาสร้างสันติสุขและประชาธิปไตย ใน 3 จชต. ซึ่งรายงานของคณะกรรมาธิการมีตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ ได้ให้ความเห็นชอบกับรายงานพร้อมทั้งเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรและบรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุมแล้ว แต่การพิจารณาไม่ถึง ระเบียบวาระ หมดสมัยประชุมไปก่อน

บทสรุปของคณะกรรมาธิการฯ ต่อการแก้ไขปัญหา 3 จชต. คือ ปรับนโยบายและยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหา โดยใช้นโยบายเศรษฐกิจ การเมือง นำการทหาร และน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" มาปรับใช้อย่างจริงจัง

ประการสำคัญ เวลาของความขัดแย้ง ความไม่สงบ ได้ยืดเยื้อยาวนานเกือบ 20 ปีติดต่อกัน สร้างความเสียหายต่อชีวิต จิตใจ ทรัพย์สิน ทั้งของประชาชนและทางราชการมากมาย ถึงเวลาที่จะให้ "อภัย" ต่อกัน โดยหลักศาสนา ทั้งพุทธและมุสลิม โดยนำคำสั่งสำนักนายกรัฐมนครี ที่ 66/2523 มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ในส่วนข้อเสนอจากพรรคไทยสร้างไทยนั้น พรรคได้นำงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าและรายงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฏร มาปรับใช้ โดยมีไทม์ไลน์ ในการแก้ไขปัญหา 3 จชต. แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง และระยะยาว

"ไทยสร้างไทย" วัดใจพรรคร่วม หลังเสนอแนวทางแก้ปัญหา 3 จชต. รอฟัง 19 มิ.ย.

โดยระยะยาวเป็นขั้นตอนสุดท้าย ที่สำคัญที่สุด เมื่อบริหารจัดการ 2 ขั้นตอนแรกเรียบร้อย จึงถึงขั้นตอนการกระจายอำนาจ ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ประการสำคัญ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค และ ดร.โภคิน พลกุล ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค นอกจากเห็นด้วยกับแนวทางการแก้ไขปัญหาทั้ง 3 ขั้นตอนดังกล่าว ที่มาปรับแล้ว ยังแนะนำให้เพิ่มมิติด้านการต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการประสานกับมิตรประเทศ ที่จะร่วมกันสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในภูมิภาค ซึ่งตนได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะทำงานย่อย ในการประชุมครั้งแรกที่พรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา และจะติดตามในการประชุมครั้งที่สอง ในวันจันทร์ที่ 19 มิ.ย. ณ พรรคประชาชาติต่อไป