ภาพที่ 3 เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยมีความปรารถนาอย่างยิ่งยวดที่จะชวนทุกฝ่ายมาเริ่มต้นกระบวนการทางนโยบายกันใหม่ โดยการกำหนดจากข้อเท็จจริง เมื่อเอาข้อเท็จจริงทั้งหมดมาวางทั้งบนกระดาน เราจะมีมุมมองที่รอบด้าน และเมื่อนั้นเราจะเลือกได้ว่า จะใช้เครื่องมือชนิดใดในการควบคุมกัญชา ในส่วนข้อเสียและเอาข้อดีมาใช้ประโยชน์ในฐานะความมั่นคงทางยา
“หากเราเอาข้อเท็จจริงมาวาง เราจะพบว่าทั้งเหล้า-บุหรี่-กัญชา เราควรจะจัดการมันยังไง วางตำแหน่งแห่งที่ตรงไหนจึงจะเหมาะสม นี่คือกระบวนการทางนโยบาย กำหนดนโยบายจากข้อเท็จจริงและเราควรสร้างเรื่องนี้ให้เป็นวัฒนธรรมของประเทศ จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันแสดงความเห็นอนาคตกัญชาไทย เจอกันวันที่ 9 มิถุนายน ที่ กพร.ตรงข้ามประตูหนึ่งทำเนียบรัฐบาล” นายประสิทธิ์ชัย กล่าว
สอดคล้องกับเพจ “เขียนอนาคตกัญชาไทย” ที่เชิญชวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมวันกัญชาไทย โดยเฉพาะพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ หวังว่าคงมีความกล้าหาญในการมาระดมความคิดเห็นว่า กัญชาควรกำหนดด้วยเครื่องมือใด เครื่องมือแบบกฎหมายยาเสพติดหรือกฎหมาย พ.ร.บ. ฝากเป็นพิเศษสำหรับพรรคก้าวไกล ช่วยนำผลการศึกษาเปรียบเทียบระหว่าง สุรา บุหรี่ และ กัญชามาแสดงในวันงานด้วย เพื่อเป็นข้อมูลตั้งต้นที่เราจะคุยกัน อันนี้เครือข่ายทำหนังสือไปยังพรรคหลายวันแล้ว เพื่อขอให้แสดงข้อมูลต่อสาธารณะ
นอกจากนี้ ยังขอเชิญชวนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา-กรมแพทย์แผนไทย-กรมวิชาการเกษตร-กรมศุลกากร-กรมคุมครองเด็กและเยาวชน - ปปส. รวมถึงเครือข่ายผู้ทำกัญชาทั่วประเทศ องค์กรที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป เพื่อร่วมหาข้อเท็จจริงของกัญชาอย่างรอบด้าน
โดยเมื่อเราเข้าถึงข้อมูลอย่างรอบด้าน เราสามารถพิจารณาต่อได้ว่า เราจะใช้เครื่องมือใดในการกำหนดอนาคตกัญชา ที่สามารถนำข้อดีของกัญชามาใช้และใช้กฎหมายนั้นควบคุมข้อเสีย กัญชาต้องควบคุมเชิงระบบและกฎหมายใด ที่เอื้อให้เราควบคุมกัญชาเชิงระบบ ระหว่าง 1.กฎหมายยาเสพติดซึ่งมีเป้าหมายการจำกัดเสรีภาพ 2.กฎหมาย พ.ร.บ.ที่มีส่วนร่วมของประชาชนในการออกแบบและเห็นชอบโดยตัวแทนของประชาชนคือสภาผู้แทนราษฎร
“กฎหมายชนิดใดที่ควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพในระบอบประชาธิปไตย เป็นประโยชน์กับประชาชนสอดคล้องกับบริบทที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มาร่วมกันทำให้กฎหมายกัญชาสง่างามตามข้อเท็จจริง ไม่หลงอยู่ท่ามกลางการเอาชนะทางการเมือง” เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย ระบุ
สำหรับหัวข้อหารือ คือ กัญชาควรควบคุมด้วยกฎหมายปกติหรือกฎหมายยาเสพติด
10.00 น.
ร่วมลงนามในหนังสือแสดงเจตนารมณ์ 'ไม่เอากัญชากลับสู่ยาเสพติด'
13.00 น.
ระดมความเห็น กัญชาควรควบคุมด้วยกฎหมาย พ.ร.บ.หรือกฎหมายยาเสพติด เชิญชวนทุกฝ่ายมาร่วมแสดงความเห็นและร่วมแสดงพลัง
16.00 น.
ยื่นหนังสือไม่เอากัญชากลับสู่ยาเสพติดถึงรัฐบาล
ข้อควรพิจารณา
หากคุมโดย พ.ร.บ. เราสามารถออกมาตรการ การปลูก การสกัด การแปรรูป การขาย การนำเข้าส่งออก การส่งเสริมการพัฒนาสายพันธ์ุ การส่งเสริมการวิจัย การส่งเสริมการใช้ในแพทย์แผนไทย แผนจีน หมอพื้นบ้าน การคุ้มครองประชาชนและบุคคลที่ควรคุ้มครอง
หากคุมโดยกฎหมายยาเสพติด
จะส่งเสริมให้ประชาชนปลูกยาเสพติด ขายยาเสพติด หรือ กำหนดเขตสันทนาการใช้ยาเสพติดมันทำได้เหรอครับ
คิดให้ดีที่พรรคการเมืองเสนอว่า เอากลับสู่ยาเสพติดก่อนแล้วค่อยนำออกมาใช้ในความเป็นจริงมันสามารถเป็นไปได้หรือไม่ วาระซ่อนเร้นของการเอากัญชากลับสู่ยาเสพติดคืออะไร
หากหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง มีคำพูดน่าเชื่อถือได้ เราก็ควรจะเชื่อคำพูดเขา แต่คนในวงการกัญชาและประชาชนทั่วไป ยังจะเชื่อกันอีกเหรอครับว่า หัวหน้าพรรคคนนี้จะพูดจริง ว่าถ้ากัญชากลับสู่ยาเสพติด จะสามารถเอาออกมาให้ประชาชนใช้ได้ เขาพูดเมื่อวานอย่างหนึ่งแล้วพรุ่งนี้เขาพูดอย่างหนึ่ง กี่รอบแล้วครับ
อนาคตกัญชาไทย ต้องถูกกำหนดจากข้อเท็จจริงไม่ใช่ผลประโยชน์ทางการเมือง
9 มิถุนา เจอกันที่ กพร.ตรงข้ามประตูหนึ่งทำเนียบรัฐบาลครับ