ด้านนายซาอุดี หัวหน้าส่วนอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมือง ได้ประกาศยุติการรับฟังความคิดเห็นวันนี้ไปก่อน แต่จากขั้นตอนกฏหมายจะต้องเปิดรับฟังให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน พร้อมชี้แจงว่า โครงการขอประทานบัตรเหมืองแร่นี้เป็นไปตามคำขอที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2565 จดทะเบียนคำขอ เนื้อที่ 152 ไร่ 2 เศษ ในพื้นที่ ม.4 ต.ทุ่งคล้า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จากนั้นได้มีการติดประกาศ ที่ว่าการอำเภอ เทศบาลเตราะบอน ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ภายใน 30 วัน ไม่มีการคัดค้าน จึงนัดหารือผู้ใหญ่บ้าน ในรัศมี 500 เมตร ต้องเชิญคนในทะเบียนบ้านมาเข้าร่วม จึงจัดวันนี้ แต่เมื่อมีปัญหาจึงต้องยุติไปก่อน
"เมื่อเวทีมีปัญหา คงต้องจัดทำใหม่ โดยนำความเห็นของประชาชนที่ไม่เห็นด้วย ไปเสนอให้เอกชน ซึ่งต้องทำรายงานทางธรณี การออกแบบโครงสร้างเหมือง การประเมินเรื่องเสียง และวางมาตรการในรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ด้วย" นายซาอุดี กล่าว
นอกจากนี้ ชาวบ้าน ม.4 ต.ทุ่งคล้า ที่เป็นชาวพุทธได้กล่าวกับนายกัณวีร์ ว่า ไม่อยากให้มีการระเบิดภูเขา ไม่อยากให้ทำลายธรรมชาติ โดยรู้สึกไม่สบายใจ ไม่เห็นด้วยที่จะทำเหมืองแร่ ไม่อยากให้โครงการนี้เกิดขึ้น ชาวบ้านอยู่มานับร้อยปี เป็นสถานที่สวยมาก มีสวนยาง สวนมะพร้าว จึงขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ โดยปัญหานี้ยังทำให้เกิดความหวาดกลัวของชุมชนชาวพุทธในพื้นที่ด้วย
ส่วนเครือข่ายประชาชนพิทักษ์เขาเตราะปลิง ออกแถลงการณ์ ขอคัดค้านเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการการขอประทานบัตรเหมืองแร่เขาเตราะปลิง เพราะกระบวนที่ไม่โปร่งใส ทั้งการประชาสัมพันธ์ที่กระจายข่าวสารและส่งหนังสือเชิญเข้าร่วมเวทีประชาพิจารณ์ไม่ทั่วถึง อีกทั้งระยะเวลาประชาสัมพันธ์กระชั้นชิด ทำให้ประชาชนในเขตพื้นที่ เป้าหมายไม่สามารถเตรียมความพร้อมเพื่อร่วมเวทีประชาคม ไม่มีข้อมูลที่รอบด้าน เป็นข้อห่วงกังวลว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจงใจเชิญเฉพาะผู้ที่ได้ประโยชน์จากโครงการเพียงเท่านั้น และการจัดทำเวทีประชาคมในครั้งนี้ ไม่ครอบคลุมหมู่บ้านใกล้เคียงที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินกิจการนี้ด้วย
อีกทั้งยังปรากฏพฤติกรรมการคุกคามผู้ที่ส่งเสียงคัดค้านโครงการดังกล่าวอย่างเป็นกระบวนการ ทั้งข่มขู่ผู้นำชุมชน สร้างความหวาดกลัวแก่ชุมชนรอบเขาเตราะปลิง ในนามเครือข่ายประชาชนพิทักษ์เขาเตราะปลิงขอเรียกร้อง ดังนี้
1. ขอให้ยกเลิกการดำเนินการขอประทานบัตรเหมืองแร่ฯ นี้ เพราะไม่คำนึงถึงคุณภาพชีวิต
2. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนศักยภาพพื้นที่ ว่าสมควรที่จะมีการขุดชนิดแร่หินแกรนิต อุตสาหกรรมหรือไม่ ประชาชนรอบเขาเตราะปลิงได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์มากกว่ากัน
3. ขอให้เครือข่ายนักปกป้องสิทธิ นักกฎหมาย สื่อ วิชาการ พรรคการเมือง ติดตามสถานการณ์ ละเมิดสิทธิ การคุกคามจากผู้มีอิทธิพลต่อประชาชนรอบเขาเตราะปลิง
"ที่สอบถามประชาชนทั้งรู้ ไม่รู้และหวาดกลัว ไม่กล้าพูด ว่าไม่ต้องการได้หรือไม่ และมีการคุกคามจนกลุ่มนักศึกษาไม่กล้าลงพื้นที่ด้วย จึงอยากเห็นกระบวนการที่โปร่งใส ทำข้อมูลกับชุมชนให้ความรู้ว่าเหมืองแร่ เป็นอย่างไร ไม่ใช่ แค่ 500 เมตร" เครือข่ายประชาชนฯ กล่าว