ส่วน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จะมีพรรคการเมืองที่ได้เก้าอี้ไป ทั้งหมด 17 พรรคการเมือง ประกอบด้วย
พรรคก้าวไกลได้ 39 ที่นั่ง
พรรคเพื่อไทย ได้ 29 ที่นั่ง
พรรครวมไทยสร้างชาติได้ 13 ที่นั่ง
พรรคภูมิใจไทยได้ 3 ที่นั่ง
พรรคประชาธิปัตย์ได้ 3 ที่นั่ง
พรรคประชาชาติได้ 2 ที่นั่ง
และพรรคพลังประชารัฐ , พรรคเสรีรวมไทย , พรรคไทยสร้างไทย , พรรคประชาธิปไตยใหม่ , พรรคใหม่ ,พรรคชาติพัฒนากล้า ,พรรคท้องที่ไทย ,พรรคชาติไทยพัฒนา , พรรคเป็นธรรม ,พรรคพลังสังคมใหม่ ,พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้พรรคละ 1 ที่นั่ง
อย่างไรก็ตาม ผลการนับคะแนนจะยังไม่ครบ 100% เนื่องจากมีหน่วยเลือกตั้งที่ 10 หมู่ 8 ต.บางแขม จ.นครปฐม เกิดเหตุการณ์มีพายุฝน ต้องหยุดการออกเสียงลงคะแนน เต็นท์ล้มเสียหายไม่สามารถดำเนินการเลือกตั้งต่อได้ ส่วนการกระทำผิดกฎหมาย
พบว่า มีกรณีจำหน่ายสุรา 7 ราย กรณีถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว 4 ราย กรณีฉีกบัตรหรือทำลายบัตร 24 ราย ส่วนคำร้องที่ได้รับรายงานขณะนี้มีทั้งหมด 168 เรื่อง เรื่องซื้อเสียง 59 เรื่อง เรื่องหลอกลวงใส่ร้าย 58 เรื่อง เรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยไม่ชอบ 18 เรื่อง และอื่นๆคือเรื่องการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง
สำหรับการรายงานผลในครั้งนี้ถือว่า ข้อมูลถูกต้องมากที่สุด และถ้าหากมีอะไรผิดพลาดก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบคะแนนให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน และกกต.จะประกาศผลอย่างเป็นทางการไม่เกิน 60 วัน ซึ่งจะต้องพิจารณาตามข้อร้องเรียน และข้อเท็จจริงว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด
ส่วนกรณีการติดป้ายประชาสัมพันธ์เบอร์ผู้สมัครไว้ที่บอร์ดหน้าหน่วยเลือกตั้งนั้นก่อนหน้านี้ กกต. เคยแจ้งว่า จะมีการติดไว้ในหน่วยเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนที่มาใช้สิทธิ์สามารถมองเห็นได้ง่าย แต่เมื่อถึงวันเลือกตั้งกลับไม่เป็นเช่นนั้น บางพื้นที่มีการติดป้ายไวนิลไกลจากหน่วยเลือกตั้งทำให้มองไม่เห็น นายอิทธิพรกล่าว ชี้แจงว่า กกต. ได้แจ้งให้ปฏิบัติครบถ้วนแล้ว ว่าให้ติดในพื้นที่ที่มองเห็นได้ง่ายในระยะ 3-5 เมตร แต่การปฏิบัติอาจมีการปฏิบัติไม่ทั่วถึง ขึ้นอยู่กับบางพื้นที่ แต่ก็พยายามแก้ปัญหาว่าให้ติดในพื้นที่ที่ให้เห็นชัดที่สุด
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การแจกใบแดง ใบดำ ใบเหลือง นั่นจะเกิดขึ้นหากพบ การกระทำผิด หลังจากการประกาศผลรับรองแล้วซึ่งจะต้องยื่นให้ศาลฎีกาตัดสิน ส่วนใบส้ม กกต. จะเป็นคนวินิจฉัย หากพบว่า มีการกระทำผิด ซึ่งจะต้องให้ก่อนการประกาศผลรับรอง
พร้อมกันนี้ นายอิทธิพร กล่าวถึงการนัดประชุมด่วนวินิจฉัยกรณีกปน.ทำบัตรเลือกตั้งฉีกขาด แล้วยังให้ผู้ใช้สิทธิ์ใช้บัตรลงคะแนนได้ตามปกติว่า ในวันเลือกตั้งการวินิจฉัยเบื้องต้นเป็นอำนาจของ กปน. แม้จะมีการแปะสติ๊กเกอร์ แต่เมื่อกปน.มีการประชุมกันแล้วว่า เหตุการณ์เกิดจากความผิดพลาด และไม่มีเจตนา จากการที่กกต.ได้นัดประชุมจึงมีเห็นมีมติและเห็นพ้องต้องกันว่า เป็นอำนาจของ กปน.ในการปฏิบัติหน้าที่โดยถูกต้อง
กรณีการนับคะแนนที่เขตบางพลัดห้ามให้ประชาชนดูการนับคะแนนและเอาคะแนนไปนับข้างในเขตนั้น นายอิทธิพร กล่าวชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวไม่ใช่การนับคะแนน แต่เป็นการนำส่งอุปกรณ์การหน่วยนับคะแนนมาส่งที่เขต บางกอกน้อยซึ่งเป็นเขตหลัก ไม่ใช่เขตบางพลัด ซึ่งในพื้นที่มีประชาชนให้ความสนใจไปดูจำนวนมาก จึงไม่ใช่การนับคะแนนใหม่
อย่างไรก็ตาม กรณีเขตลาดกระบังมีการคัดค้านในช่วงการนำส่งอุปกรณ์ที่เขตเช่นเดียวกัน ทำให้ไม่สามารถนับคะแนนใหม่ได้เนื่องจากการทักท้วงคะแนนจะต้องทักท้วงหน้าหน่วยเลือกตั้งเท่านั้นไม่สามารถทักท้วงที่เขตได้
นอกจากนี้ นายอิทธิพร ยังกล่าวถึงกรณีคำร้องถือหุ้นสื่อของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าจะมีผลต่อการรับรองหรือไม่ ว่า เมื่อมีคนยื่นคำร้องแล้วก็เสมือนกับการจะเข้าสู่กระบวนการพิจาณา ซึ่งเหมือนกับกระบวนการศาล กกต.ก็จะพิจารณาว่าจะรับไว้เป็นคำร้องหรือไม่ หากรับก็ต้องสืบสวนไต่สวน สอบหาข้อเท็จจริง และต้องให้คณะอนุวินิจฉัยอีกครั้ง ก่อนจะเข้าสู่ที่ประชุมกกต. ต่อไป