นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ผ่านกระบวนการรัฐสภา พร้อมทั้งกล่าวถึงการจัดการกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศไทยว่า เราต้องมีความคาดหวังอยู่กับพื้นฐานของความเป็นจริง ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับกลุ่มทุน แต่ต้องมั่นใจว่าจะสร้างโอกาสให้กลุ่มธุรกิจรายย่อยโตได้ ไม่ได้มาเพื่อทำร้ายกลุ่มทุน แต่มาเพื่อช่วยคนตัวเล็ก
“ส่วนในประเด็นความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ต่อ ม. 112 ผมยังไม่เคยมีโอกาสคุยกับพวกเขานานพอ ยังไม่แน่ใจว่าอะไรคือสิ่งที่คนรุ่นใหม่โอเคหรือไม่โอเค ต้องหารือกัน ต้องพูดคุยกัน บางทีบางเรื่อง อาจจะไม่ใช่ประเด็นที่เป็นปัญหาก็ได้ อย่างไรก็ตาม ก็ต้องคุยต่อ ถ้าคิดว่ากฎหมายปัจจุบันต้องแก้ไข ก็เป็นกระบวนการของรัฐสภา” นายเศรษฐากล่าว
ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า นายเศรษฐา หนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เขาไม่ใช่คนของนายทักษิณ และกระตือรือร้นที่จะมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขความไม่เท่าเทียมทางรายได้ของประเทศไทย ส่งเสริมสิทธิ LGBTQ+ รวมถึงการแต่งงานเพศเดียวกัน ขจัดการทุจริต และนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลก
“ประเทศไทยอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มาตลอด 5-8 ปีที่ผ่านมา เราอยู่ในอาการโคม่า คุณต้องมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพื่อให้พวกเขากลับมายืนได้และสามารถกลับมาสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศอีกครั้ง ผมต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ ต้องส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างจริงจัง เราต้องออกไปคุยกับโลก เราต้องขายของให้ประเทศไทย เราต้องหาความได้เปรียบในการลงทุนในประเทศ และตีโจทย์ให้แตกว่า เราจะขายอะไรให้กับตลาดโลก” นายเศรษฐา กล่าว
ซีเอ็นเอ็น วิเคราะห์ด้วยว่า พรรคเพื่อไทยต้องการเสียงข้างมากจาก 750 ที่นั่งในรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี แต่การที่วุฒิสภามีแนวโน้มที่จะลงคะแนนเสียงให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หมายความว่า พรรคฝ่ายค้านในปัจจุบันต้องการคะแนนเสียงมากกว่า 376 ที่นั่งจากสภาล่าง จึงจะสามารถเลือกผู้นำคนต่อไปได้
ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญได้เตือนว่า อย่าประเมิน พล.อ.ประยุทธ์ ต่ำเกินไป ในปี 2557 รัฐธรรมนูญที่คนของเขาได้ร่างขึ้นมา ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบันได้ที่นั่งมากพอที่จะเลือกเขากลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2562 แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดก็ตาม เขาจะใช้ประโยชน์จากวุฒิสภา ในการเป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน เมื่อเขาได้รับการสนับสนุนจากวุฒิสภาแล้ว เขาสามารถโน้มน้าวให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรคนอื่นๆ เข้าร่วมรัฐบาลแม้จะมีเสียงข้างน้อยในสภาล่างก็ตาม