เมื่อถามว่า เห็นด้วยหรือไม่กับการยกเลิกการเกณฑ์ทหารและการปฏิรูปกองทัพ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ประเทศชาติต้องมีความมั่นคง มีทหาร เพียงแต่จะมีมากน้อยเพียงใด ต้องมาดู ทุกวันนี้ ทหารเกณฑ์ อาจถูกมองไปในทาง ไม่มีเกียรติ ถูกนำไปใช้เป็นคนรับใช้ หรือ คนขับรถ เราต้องทำให้ทหารเหล่านี้ มีเกียรติ มีความก้าวหน้า หรือแม้แต่นำเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ หากผ่านการเกณฑ์ทหา แล้ว นำไปสมัครงานทำให้เขารู้สึกมีแต้มต่อ คนผ่านการเกณฑ์ทหารย่อมมีวินัย ความกตัญญู ความจงรักภักดี ถ้าเราทำให้ภาพลักษณ์เหล่านี้ยอมรับได้ ทำให้เขารู้สึกมีเกียรติ ศักดิ์ศรี ไปพร้อมกับการส่งเสริมอาชีพ เชื่อว่าน่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
การปฏิรูปกองทัพนั้น รัฐธรรมนูญ ก็ระบุชัด รัฐต้องปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหาร กำลังพล ถ้าปฏิรูปกองทัพ ไม่ได้เป็นอะไรที่ไม่ดี เหมือนปฏิรูประบบส่วนราชการอื่นๆ บริบทความมั่นคง เปลี่ยนจากยุค 50 ปีที่แล้วเรื่องพรมแดน แต่วันนี้เราอยู่ในอาเซียน เรามีเพื่อนมาก มีนโยบายต่างประเทศเหมาะสม มีบทบาทในอาเซียน ดังนั้นความจำเป็นกำลังทหาร อาจจะลดน้อยลง เพราะขึ้นอยู่กับบริบท เราจะดำเนินนโยบายรักษาประเทศอย่างไร ทหารอย่างเดียว หรือ ต่างประเทศด้วย หรือว่า ไฮบริดคู่ขนาน ทำทั้ง 2 ส่วน ถ้าดำเนินนโยบายที่ถูกต้อง กองทัพก็ต้องดูว่า เป็นอย่างไร มีบุคลากรแค่ไหน กองทัพมีอยู่ปัจจุบัน เสริมสร้างศักยภาพประเทศได้เต็มที่หรือไม่
ถ้าทหารไม่ยุ่งการเมือง ที่เราพูดกันมาก เพราะมีบางส่วนมาเกี่ยวรัฐประหาร ยุ่งเกี่ยวการเมือง เมื่อไม่รบ ทหารแสดงบทบาทชัดเจนช่วงน้ำท่วม น้ำแล้ง หรือเกิดโรคระบาด ตนเห็นทหารไปช่วยเหลือชาวบ้าน แจกอาหาร ตั้งโรงครัว ถือเป็นภาพลักษณ์ที่ดี ในการใช้ศักยภาพของกองทัพและกำลังคน ให้เกิดประโยชน์ช่วยเหลือชาวบ้าน
เมื่อถามว่า คิดอย่างไรกับนโยบายประชานิยมที่ใช้งบประมาณสูงลิ่ว นายสุวัจน์ ชี้แจงว่า นโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า ให้ความสำคัญเรื่องประชานิยมเป็นลำดับสุดท้าย จากข้อมูลทางเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือนสูงกว่า 90 % ของจีดีพี ไม่รู้จะไปเก็บภาษีจากส่วนไหนเพิ่ม งบลงทุนก็เหลือน้อย โครงสร้างทางสังคมเปลี่ยนไปเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ประกอบกับวันนี้ มีปัญหาค่าไฟ ค่าน้ำมันแพง เศรษฐกิจถดถอยอีก
จากปัญหาดังกล่าว ประชานิยมควรเป็นสิ่งสุดท้ายที่ควรเลี่ยง เราอยากเอาเบ็ดไปให้ประชาชนมากกว่าการให้ปลา พรรคชาติพัฒนากล้า ไม่อยากสร้างภาระให้ลูกหลาน เราให้ความสำคัญประชานิยมน้อย แต่สิ่งที่ควรทำ นำเอาจุดแข็งด้านการท่องเที่ยว การเกษตร ซอฟท์พาวเวอร์ นำเอามาต่อยอด เสริมความเข้มแข็งให้ประชาชน และดึงรายได้ต่างๆเข้าประเทศดีกว่า เมื่อเขาเข้มแข็งแล้ว อาจไม่จำเป็นต้องพึ่งประชานิยม
แคนดิเดตนายกฯ พรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวอีกว่า เหตุที่ต้องเลือกพรรคชาติพัฒนากล้า เพราะในวันนี้ประเทศอยู่ในความเสี่ยง ในวิกฤต ตนเป็นส.ส.หลายสมัย รัฐมนตรีหลายกระทรวง มีประสบการณ์ทางการบริหาร จากประสบการณ์ที่มีคิดว่าจะบริหารจัดการให้ประเทศชาติพ้นจากวิกฤตได้ บ้านเมืองมีปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง ก็มีปัญหาเปรียบเหมือนก้อนกรวดในรองเท้า ทำให้การแก้ปัญหาต่างๆของประเทศ เดินไม่สะดวก พรรคชาติพัฒนากล้า มีจุดยืนชัด ไม่ทะเลาะกับใคร เดินทางสายกลาง ประณีประนอม ไม่สร้างความขัดแย้ง แต่จะสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้เกิดขึ้น ที่จะทำให้เกิดพลังในการแก้ปัญหา ตนมีความพร้อม ขอให้ไว้วางใจตนและพรรคชาติพัฒนากล้า จะกู้วิกฤตให้ประชาชนได้