เมื่อถามว่า สมการ เพื่อไทย-ก้าวไกล เป็นไปได้หรือไม่ นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า เกิดขึ้นได้อยู่แล้ว เราไม่เคยรังเกียจฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน และกับพรรคก้าวไกลเราก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร เราเป็นพรรคฝ่ายค้านมาด้วยกัน ทำงานมาด้วยกัน แต่หลังการเลือกตั้งต้องรอดูเสียงของประชาชน เราต้องมาดูกันอีกครั้ง ส่วนนายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนโยบายเราก็ต้องมาถกกันด้วย เพื่อให้เกิดความชัดเจนด้วย
เมื่อถามว่า ทุกคนพูดถึงจุดยืนเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคเพื่อไทย นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า แน่นอนเราไม่ยกเลิกมาตรา 112 แต่เราต้องมาคุยกันในสภา เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และหากเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เราจะขอความเมตตาต่อศาล ว่ามีน้องๆ และผู้เห็นต่างทางการเมืองหลายคนที่ติดอยู่ในนั้น
"ขอให้มีการปล่อยตัว และต้องมีการแก้ไขระเบียบ ต้องกำหนดว่า ใครเป็นคนฟ้อง อัตราโทษเราไม่สนับสนุนเอามาใช้เป็นเกมส์การเมือง เราต้องมีกฎหมายคุ้มครองประมุขรัฐ แต่ไม่เอามาใช้เป็นเกมส์การเมือง ต้องฟังเสียงประชาชน" นางสาวแพทองธาร กล่าว
ด้านนายเศรษฐา กล่าวว่า ถ้าเราเป็นรัฐบาลก็ต้องดูการประกันตัว เพื่อต่อสู้ได้อย่างเป็นธรรม แต่คู่ขนานกันไปคนรุ่นใหม่กังวลมาก แต่พรรคเพื่อไทยเน้นการทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีกินดี การสมัครใจเป็นทหาร การสมรสเท่าเทียม การทำงานกับความสามารถ ถ้าเราดูแลปัญหานี้ได้ แต่ปัญหา ม.112 อาจถูกลดทอน แต่พวกเขาไม่สบายใจก็ต้องมีเปิดพื้นที่รับฟัง
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบาย 10,000 บาท ใส่กระเป๋าดิจิทัล แต่มีคนบอกว่า เกิดขึ้นไม่ได้จริง นายเศรษฐา กล่าวว่า ช่วง 8 ปีที่ผ่านมาเราอยู่ในหลุมดำของความยากจน ซ้ำโดนเรื่องโควิดอีก ทำให้เรายิ่งจมลึก ที่ผ่านมารัฐบาลมีการพยายามช่วยด้วยการให้เงินทีละ 500-700 บาท
ซึ่งเรามองว่า แบบนี้ไม่พอ เราจึงคิดที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นมา เราปรึกษาทั้งฝ่ายกฎหมาย และธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ว่านี่ไม่ใช่สกุลเงินใหม่ สิ่งที่เราดำเนินการอยู่นี้ จะช่วย ธุรกิจขนาดเล็ก ช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง เรามั่นใจเรื่องงบประมาณ ว่าเราจะมีงบประมาณมาใช้ในส่วนนี้แน่ๆจากการบริหารงบประมาณ
"ย้ำว่า เราไม่ต้องกู้เพิ่ม นอกจากนี้ เราไม่ได้เอาเงินใส่กระเป๋าอย่างเดียว แต่เรามีนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ นโยบายรายได้ครอบครัวละ 2 หมื่นบาท ฯลฯ" นายเศรษฐา กล่าว
ขณะที่นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า อันกับแรกเมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เราจะลดค่าใช้จ่ายให้คนก่อนทันที ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ ทันที และจะกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ นโยบายของเราต้องเป็นนโยบายที่กินได้
เมื่อถามว่า มีคนบอกว่า พรรคเพื่อไทยโบราณ นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า เราปรับกันมาเยอะมาก คนที่พูดว่า เราโบราณได้ติดตามเราจริงหรือไม่ เรามีโหวตเตอร์วัยรุ่น และนโยบายของเราไม่มีคำว่าโบราณเลย
เมื่อถามว่า เขาบอกพรรคเพื่อไทย ขายความกลัว นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องความไม่แน่นอนไม่ชัดเจน ชัดเจนที่สุดแล้ว คนที่รู้จักตนจะรู้ดี ที่พูดมาทั้งหมด ไม่ได้ขายความกลัว แต่กำลังฉายความหวังให้คนไทยทุกคน ว่าเลือกเพื่อไทยจะได้ความหวังและโอกาส ไม่ได้ขายความกลัวแต่ขายความชัวร์ 8 ปีที่ผ่านมา มันเจ๊งขนาดนี้และมีความเสี่ยงอยู่ไหม ต้องบอกว่า มี เพราะมีรัฐธรรมนูญเขียนโดยคณะรัฐประหาร ทำให้มี ส.ว.250 ดังนั้น ต้องเลือกให้ชัวร์ กาพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบทั้งคนทั้งพรรคไปเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราจะได้ไม่ต้องตกอยู่ในหลุมดำ
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคฝ่ายประชาธิปไตยแซะกันเอง สาดโคลนกันเอง นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า นี่คือช่องทางประชาธิปไตยที่ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นว่า เชียร์ใคร แต่ก็คิดว่า ไม่ควรมาทะเลาะกันเอง ปัญหาของประเทศที่รออยู่มันใหญ่มาก ใหญ่กว่าที่เราจะมานั่งทะเลาะกันเอง
ด้านนายเศรษฐา กล่าวว่า พยายามไม่ตอบโต้ พยายามพูดแต่นโยบายของเราเอง พยายามบอกให้เลือกให้ชัวร์ แล้วนายกฯจะมาจากพรรคเพื่อไทยแน่นอน
เมื่อถามว่า แคนดิเดตเพื่อไทยอาศัยนามสกุลมาเป็นนายกฯ นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีวันนี้ไม่ได้เลย ถ้าประชาชนไม่สนับสนุน เป็นชินวัตร เพราะประชาชนเลือกมา ชินวัตรไม่ได้ซื้อมา พรรคเราโดนยุบมา 2 รอบ แต่เรากลับมาได้เพราะประชาชนเลือกเรามา ชินวัตรหรือไม่ ถ้าประชาชนไม่เลือกก็ไม่มีสิทธิ์
เมื่อถามว่า สรุปใครจะเป็นนายกฯ นายเศรษฐา หรือ นางสาวแพทองธาร ทำให้ นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า พวกเราทั้ง 3 คนพร้อมเป็น เราโดนยุบมาหลายรอบ เราโดนรัฐประหาร เรามีบทเรียน ดังนั้น เราจะเสนอแคนดิเดตนายกฯคนเดียวไม่ได้ ใครเป็นต้องช่วยกัน ถ้าคนใดคนหนึ่งเป็นอีกคนไม่ก็ไม่หายไป เพราะประเทศมีแผลที่ต้องซ่อมใหญ่มาก เราให้เกียรติกัน และไม่มาแย่งตำแหน่งกัน
ขณะที่นายเศรษฐา ระบุว่า เราเป็นเป้ามาตลอด เพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชน ว่าเรามีแคนดิเดต 3 คน ถ้าใครโดนอุบัติเหตุทางการเมือง เราก็ยังเหลืออีก 2 คน ถ้าคณะกรรมการเคาะออกมาว่า แคนดิเดตเป็นชื่อตน ก็เชื่อว่า นางสาวแพทองธารก็ยังสนับสนุน
เมื่อถามว่า กลัวอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่ นางสาวแพทองธาร ตอบว่า ถ้ากลัวก็ไม่เข้ามาการเมืองแต่แรก นาทีนี้แล้ว
เมื่อถามว่า มีคนถามว่า ทำไมแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทยไม่กล้าไปดีเบต นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องของความกล้า หรือไม่กล้า แต่เราในฐานะมีวิธีการนำเสนอนโยบาย เพราะนโยบายมีความสลับซับซ้อน ในฐานะที่เป็นนักการเมืองหน้าใหม่ การออกไปพบปะพี่น้องประชาชนมีความสำคัญที่สุด นอกจากปราศรัยให้พี่น้องหลายหมื่นคนฟังแล้ว ยังได้ไปพบกับผู้นำความคิด ภาคธุรกิจ และภาคสังคมต่างๆเพื่อรับฟังปัญหามาจัดทำเป็นนโยบาย ถ้าให้ไปถกเถียงกับแคนดิเดตนายกฯอีกพรรคบนเวที เขาไม่ได้เป็นศัตรูกับตน และอธิบายไป เขาก็ไม่ได้รับความรู้ หรือเปลี่ยนใจมาเลือก ดังนั้นก็มุ่งนำเสนอนโยบายไป วันนี้มีปัญหาที่ต้องการทำความเข้าใจอีกหลายเรื่อง ไปถกกันบนเวทีดีเบตไม่ได้ช่วยตรงนี้หรือเปล่า ก็ไม่ ซึ่งตนมีความพยายาม มีความอยากรู้อยากเห็น อยากแก้ปัญหา เราอยากเป็นรัฐบาลของคนไทยทั้งชาติ สิ่งเหล่านี้คือเรื่องสำคัญ
เมื่อถามว่า ทำไมต้องเลือกพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา กล่าวว่า เพราะพรรคเพื่อไทยมีอดีตมากมาย เราพิสูจน์ผลงานและทำได้จริง ผลงานใหม่ของเราอย่างเงินดิจิทัลลหมื่นบาท เติมเงิน 2 หมื่นบาท และเรามีนโยบายที่เทคแคร์เรื่องปากท้อง และสิทธิเสรีภาพในเพศสภาพ การเป็นทหาร เราสามารถทำให้ดีขึ้นได้
นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า เลือกพรรคเพื่อไทย ไม่ต้องรอลุ้นค่ะ เลือกเพื่อเปลี่ยนทันที เลือกคนที่ทำงานเป็น ทำมาแล้วในอดีตเคยแก้ปัญหาให้ประเทศมาแล้ว นโยบายเราเป็นนโยบายที่กินได้
"เราสนับสนุนทั้งเรื่องสตาร์ทอัพเรื่องซอฟท์เพาเวอร์ต่างๆเพื่อเพิ่มโอกาสให้กับประชาชนทั้งประเทศ เรื่องยาเสพติดภายในหกเดือนจะหายไปกว่าครึ่งหนึ่งแน่นอน พรรคเพื่อไทยรู้และทำเป็น Best Choice ของประเทศไทยตอนนี้คือพรรคเพื่อไทยค่ะ" นางสาวแพทองธาร กล่าว
ทั้งนี้ สำหรับการไลฟ์สดครั้งนี้ขึ้นเป็นการไลฟ์ที่ติดอันดับ 9 ของประเทศไทย มีผู้เข้าร่วมการไลฟ์กว่า 9 แสนคน และมีผู้กดหัวใจทะลุ 1,200,000 ดวง