อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายูเนสโกต้องการให้เกิดการอนุรักษ์ บรรพชีวิต และธรณีวิทยาให้ยั่งยืน โดยให้ชุมชนมีส่วนเกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลและพัฒนาก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีการท่องเที่ยวในเชิงธรณีวิทยา ท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม ผสมผสานการนำ Soft Power กับธรณีวิทยาและจ้างงาน มีอาชีพและรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า จ.นครราชสีมา ถือว่ามีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ขณะนี้โคราชได้มรดกโลกมาแล้ว 2 มงกุฎ คือ
1.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
2.เขตชีวมณฑล ต.สะแกราช อ.ปักธงชัย และรอการประเมินรับรองอุทยานธรณีโลกหรือโคราชจีโอพาร์คขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานธรณีโลก ต่อไป
"นครราชสีมา จะเป็นเมืองที่ 4 ของโลก ต่อจาก ประเทศอิตาลี เกาหลีใต้ และจีน หากทำสำเร็จ จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาลจากการท่องเที่ยว ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต" นายสุวัจน์ กล่าว
ขณะเดียวกัน หากสามารถผลักดันการท่องเที่ยวที่มีความเชิ่อมโยง ได้อย่างเป็นระบบทั้งประเทศ ไม่ว่า จะเป็น โครงการแห่ง 3 มงกุฎของยูเนสโก และ โครงการสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera) เพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวถนนเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทยอย่างยั่งยืน ครอบคลุมพื้นที่จ.สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง
นอกจากนี้ พร้อมทั้งเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด กับดึงจุดเด่นในแต่ละจังหวัดที่สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ ขึ้นมาด้วยคาดว่าในอีก 4 ปีข้างหน้า จะทำให้เกิดการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้กว่าปีละ 5 ล้านล้านบาท และเกิดการสร้างอาชีพ ให้กับประชาชนได้มากขึ้น