4. สัดส่วน % ของผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกปาร์ตี้ลิสต์และระบบเขตมาเป็นอันดับ 1 ในภาคกลางและตะวันตก ภาคเหนือตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน 11 จังหวัด และกลุ่มสามจังหวัดชายแดนใต้
5. เพื่อไทยรับประกันแลนด์สไลด์ได้เพียง 2 ภูมิภาค ได้แก่ “ภาคเหนือบน” และ”ภาคอีสานบน” เท่านั้น
6. แคนดิเดตนายกฯ เฉพาะการสำรวจใน กทม. “นายจุรินทร์” ตาม “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่ห่าง แต่ในการสำรวจภาพรวมระดับประเทศ “พล.อ.ประยุทธ์” นำ “นายจุรินทร์” พอสมควร เนื่องจากคะแนนที่เลือก “พล.อ.ประยุทธ์” ในภาคใต้ 11 จังหวัดตอนบนสูงมาก (มาเป็นอันดับ 1) จึงทำให้คะแนนภาพรวมระดับประเทศถีบตัวสูงขึ้น
7. คะแนนของ “ประชาธิปัตย์” ทั้งปาร์ตี้ลิสต์และแบ่งเขตในกรุงเทพฯ เป็นรองแค่ “พรรคเพื่อไทย” และ “พรรคก้าวไกล” แต่ฝั่งอนุรักษ์นิยมเดียวกัน อยู่เหนือ”รวมไทยสร้างชาติ” ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจมาจากแคมเปญรณรงค์ของ “ประชาธิปัตย์” ใน กทม. ที่ประชาชนรับรู้ในวงกว้าง (ผ่านสื่อ) ในช่วงระหว่าง 4-12 เมษายน ส่งผลให้เหนือกว่า “รวมไทยสร้างชาติ” (ช่วงเดียวกับที่ทีมลงพื้นที่สำรวจโพล ระหว่าง 7-12 เมษายน) ประชาชนน่าจะรับรู้กิจกรรมรณรงค์ของ “พรรคประชาธิปัตย์” ช่วงดังกล่าวพอดี จึงส่งผลต่อการรับรู้นั่นเอง
8. "คุณหญิงสุดารัตน์” กับ “พล.อ.ประวิตร” มีคะแนนความนิยมตัวบุคคลตามหลัง “นายจุรินทร์” ในภาพรวมระดับประเทศ
9.กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ทั้งระดับประเทศและ กทม. ยังมีอีกราวๆ ร้อยละ 32 + (เกือบ 1 ใน 3 ของทั้งหมด)
– ข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ถ้าเป็นฝั่งอนุรักษ์นิยม คือ ยังคิดไม่ตกว่าจะเลือก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ “พรรคประชาธิปัตย์” แต่ไม่ข้ามฝั่งไปเลือก “พรรคเพื่อไทย” หรือ “พรรคก้าวไกล”
– ข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ถ้าเป็นฝั่งเสรีนิยม ยังคิดไม่ตกว่าจะเลือก “พรรคเพื่อไทย” หรือ “พรรคก้าวไกล” แต่ไม่ข้ามฝั่งเช่นกัน
10. กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ยังมีมากพอสมควร ราวๆ ร้อยละ 32 + (เกือบ 1 ใน 3 ของทั้งหมด) จึงเป็นโอกาสของพรรคการเมืองในเวลาที่เหลือราวๆ 29-30 วัน ในการออกแคมเปญเพื่อดึงคะแนนจากกลุ่มนี้
11.แนวโน้มสถิติบ่งชี้ว่า พรรคการเมืองฝั่งอนุรักษ์นิยมตัดคะแนนกันเองมากกว่าฝั่งเสรีนิยม
ยกตัวอย่าง ภาคใต้ คะแนนจากสงขลา นครศรีธรรมราช ฯลฯ “รวมไทยสร้างชาติ” กับ “ประชาธิปัตย์” คะแนนทิ้งกันไม่ขาด แถมยังมี “ภูมิใจไทย”มาแชร์แต้ม ทำให้ “เพื่อไทย” กลับแรงขึ้นมา ทั้งๆ ที่คะแนนนิยมดีขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ฝั่งอนุรักษ์นิยมมีตัวหารมาก ทำให้คะแนนเหมือนลดลง สะท้อนว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยมเสียเปรียบในพื้นที่เป้าหมายของตัวเอง
12. ฐานคะแนนฝั่งเสรีนิยม หลายคนไม่กล้าเลือก “พรรคก้าวไกล” เพราะกลัว “พรรคเพื่อไทย” ไม่แลนด์สไลด์ แล้วแพ้ 2 ป.
13. ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจทั้งในแบบปาร์ตี้ลิสต์และแบ่งเขต มาเป็นอันดับ 1 เหนือการเลือก ส.ส. ทั้งสองระบบ
14. ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ คนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะเลือก “พรรคเพื่อไทย” หรือ “พรรคก้าวไกล” จะตอบเสียงดังฟังชัด แต่คนที่เลือกพรรคฝั่งอนุรักษ์นิยม จะตอบแบบไม่เต็มเสียง เหมือนไม่กล้าแสดงตัวมาก
15. คะแนนจากการสำรวจโพลแบบปาร์ตี้ลิสต์รอบที่ 1 นี้ สามารถนำมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคได้เลย แต่อย่าลืมว่ายังมีคนไม่ตัดสินใจอีกราว ๆ 32 %
16. ส่วน % คะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขตใน 8 ภูมิภาค (สำรวจรอบที่หนึ่งนี้) สามารถพิจารณาถึงทิศทางความแรงของพรรคและตัวบุคคลในภูมิภาคนั้นๆ ได้รายภูมิภาค แต่ยังแปรเป็นจำนวน ส.ส.เขตในแต่ละภูมิภาคอย่างเจาะจงไม่ได้ตามหลักการทางสถิติ เนื่องจากการสำรวจไม่ได้สำรวจรายเขตเลือกตั้ง แต่เป็นการสำรวจความนิยมรายภูมิภาค (โซน) นั่นเอง (ส่วนการสำรวจโพลรอบสองแบบ 400 เขตเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นปลายเมษายนนั้น จะทราบถึงหน้าตา ส.ส.เฉพาะเขตเลือกตั้งได้)
17. ผลสำรวจรอบแรก (8 ภูมิภาคและ 33 เขต กทม.) สรุปคือ ตามหลักสถิตินั้น “เพื่อไทย” ยังไม่แลนด์สไลด์ในขณะนี้ แต่ในอนาคตสามารถออกได้ทั้งสองทิศ ระหว่างการแลนด์หรือไม่แลนด์สไลด์
18. ตัวแปรหลักเพียงหนึ่งเดียวที่บ่งชี้ว่า เพื่อไทยจะก้าวไปถึงการแลนด์สไลด์หรือไม่ จากผลสำรวจโพลในรอบแรก คือ “คะแนนของคนที่ยังไม่ตัดสินใจ” ซึ่งยังมีจำนวนมากนั่นเอง หรืออาจเรียกได้ว่า ขึ้นกับ (พรรค )คนที่ยังไม่ตัดสินใจ
สรุปคือ โอกาสยังเปิดกว้างสำหรับพรรคอื่น ๆ ในช่วงการหาเสียงที่เหลือ แม้ว่า “พรรคเพื่อไทย” จะมาแรงสุดในขณะนี้ แต่คะแนนการสำรวจบ่งชี้ว่า “ยังไม่แลนด์สไลด์”
อนึ่ง สำหรับการสำรวจครั้งที่ 1 ดำเนินการ ช่วงเวลาสำรวจ 7 – 12 เมษายน 2566 รวมทั้งหมด 39,687 ตัวอย่าง
กรุงเทพมหานคร 35,411 ตัวอย่าง (33 เขตเลือกตั้ง เขตละ 1,072 ตัวอย่าง)
ภาคเหนือตอนบน 406 ตัวอย่าง
ภาคเหนือตอนล่าง 417 ตัวอย่าง
ภาคกลางและภาคตะวันตก 723 ตัวอย่าง
ภาคตะวันออก 420 ตัวอย่าง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 722 ตัวอย่าง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 726 ตัวอย่าง
ภาคใต้ 11 จังหวัด 461 ตัวอย่าง
3 จังหวัดชายแดนใต้ 401 ตัวอย่าง
วิธีสุ่มตัวอย่างแบบ Stratified Five-Stage Random Sampling (ภูมิภาค) และ Stratified Three-Stage Random Sampling (กทม.)
สุ่มตัวอย่างใน 8 ภูมิภาค จำนวน 31 จังหวัด ที่ระดับความผิดพลาด 5%
สุ่มตัวอย่างใน กทม. จำนวน 33 เขตเลือกตั้ง ที่ระดับความผิดพลาด 3%
ใช้ค่าถ่วงน้ำหนัก (Sampling weight) ในการประมาณค่าประชากร
สถิติที่ใช้นำเสนอผลการสำรวจ
สถิติเชิงบรรยาย (Descriptive statistics)
สถิติเชิงอนุมาน (Inferential statistics)