เนชั่นทีวี

การเมือง

“สมศักดิ์” ประกาศลาออก รมว.ยุติธรรม และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

17 มี.ค. 2566

“สมศักดิ์” ประกาศลาออก รมว.ยุติธรรม และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

“สมศักดิ์” ประกาศลาออก รมว.ยุติธรรม สมาชิกพปรช. ระบุ ไม่ขอรักษาการตำแหน่งรัฐมนตรี แจงเหตุผลซบเพื่อไทย เชื่อสามารถขับเคลื่อนงานได้ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ

17 มีนาคม 2566 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประกาศลาออก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โดยไม่ขอรักษาการตำแหน่งรัฐมนตรี และได้ยื่นหนังสือต่อนายกฯ เรียบร้อยแล้วในวันนี้(17 มี.ค.) จุดประสงค์เพื่อย้ายไปพรรคเพื่อไทย โปรดติดตามรายละเอียดต่อไป หลังนัดแถลงช่วงบ่ายนี้

ล่าสุด นายสมศักดิ์ ได้โชว์เอกสาร 3 ฉบับ พร้อมแถลงว่า เป็นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยไม่ขอรักษาการ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ที่อาจมองว่า เป็นการเอารัดเอาเปรียบในช่วงการเลือกตั้ง โดยมีผลตั้งแต่วันนี้(17 มี.ค.) และเอกสารหนังสือลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ และใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่จะเข้าไปสมัครวันที่ 20 มี.ค. 

พร้อมกล่าวถึงเหตุผลที่จะย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย เพราะเชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนงานได้ และทำให้รัฐบาลใหม่สำเร็จ เป็นที่พึ่งของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ จึงต้องมองพรรคการเมืองที่จะเดินหน้าได้แบบแลนด์สไลด์

ทั้งนี้ ตนได้เข้าไปกราบลานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งได้อวยพร และขอยืนยันไม่มีความขัดแย้งแตกแยก แต่รัฐบาลที่มาจากหลายพรรคการเมือง เป็นปัญหาอุปสรรค ในการขับเคลื่อนนโยบาย คนหนึ่งไปซ้ายคนหนึ่งไปขวา แต่พรรคเพื่อไทยมีทีมงานที่ชัดเจนเข้มแข็งและส่วนใหญ่เป็นสมัครพรรคพวกเดิม ซึ่งไม่ได้มีความรู้สึกที่มีอะไรแตกต่างกัน

อีกทั้ง พิจารณาจากผลสำรวจและการคำนวณ ส่วนตัวคิดว่าพรรคเพื่อไทย 220 เสียง เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว แต่ถ้าได้เข้าไปช่วยทำให้ตัวเลขของพรรคเพื่อไทยสูงขึ้น ไปสู่เป้าหมายที่พรรคเพื่อไทยวางไว้ 310 เสียง แต่ไม่ใช่ว่าตัวเองจะเก่งกล้าสามารถเพียงแต่จะช่วยส่วนหนึ่ง เพราะการเป็นรัฐบาลก็เป็นความใฝ่ฝันของพรรคการเมือง ส่วนจะไปถึงเป้าหมาย 310 เสียงหรือไม่คงไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ แต่จะเข้าไปช่วยให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ส่วนการคาดการณ์ของนิด้าโพลที่มองว่าถ้ากลุ่มสามมิตรเข้าไปอาจจะช่วยเสริมให้พรรคเพื่อไทยได้ถึง 310 เสียงนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณ ตัวเลขอาจจะมากหรือน้อยกว่าก็ได้แต่ส่วนตัวก็เชื่อว่าจะได้มาก

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้นับจำนวนคนหรือส.สที่ตามไปเพื่อไทยด้วย ว่ามีจำนวนเท่าไร เพราะแต่ละคนมีเอกสิทธิ์ส่วนตัว ไม่สามารถที่จะไปเกี่ยวนำหรือชวนให้ย้ายพรรคได้ อยากไปก็ไป ไม่อยากไปก็ไม่ไป และในแต่ละพรรคก็มีพื้นที่ใหม่ๆที่จะทำพื้นที่สร้างพื้นที่ได้ และหากสามารถเป็นไปตามเป้าหมาย ก็จะเป็นประโยชน์ที่จะขับเคลื่อนนโยบาย หรือ ให้มีจำนวนพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลน้อย ประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่า

เพราะจะไม่มีความขัดแย้ง เชื่อว่าประชาชนเข้าใจ ไม่เช่นนั้นแล้วจะเสียเวลาให้กับบ้านเมืองอย่างการเลือกตั้งปี 2562 มีพื้นที่เดียวที่ให้ทำคือจังหวัดสุโขทัย แต่ก็ได้ไปสร้างพื้นที่ใหม่ และดูเปอร์เซ็นต์ของการเลือกตั้งมีนักการเมืองใหม่เข้ามาแต่ละครั้ง ร้อยละ 50

ทั้งนี้ ตนไม่ได้พูดคุยกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งนายสุริยะได้แจ้งให้ทราบว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ติดใจอะไร อย่างไรก็ตามขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้โอกาสทำงาน แต่ส่วนตัวอยู่ตรงไหนก็ตั้งใจทำงานเต็มที่ โดยที่ผ่านมานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ชื่นชมการทำงานของกระทรวงยุติธรรมโดยยกให้เป็นเกรด A ซึ่งต้องขอขอบคุณ นอกจากนี้ต้องขอขอบคุณพลเอกประวิตร ที่สนับสนุนให้การทำงานที่ผ่านมาโดยตลอด

นายสมศักดิ์ ยืนยันยังไม่ได้เข้าไปในพรรคเพื่อไทยหรือพูดคุยกับผู้บริหารของพรรค แต่เห็นว่าคนในพรรคเพื่อไทยขานรับกรณีที่ตนและนายสุริยะจะเข้าไป ได้แสดงความดีใจและต้อนรับ ส่วนจะให้ดูแลในพื้นที่ไหนจังหวัดภาคใต้หรือภาคเหนือตอนล่างหรือที่ใดอย่างไรก็สุดแท้แต่ผู้บริหารจะเห็นเหมาะสม

ทั้งนี้ไม่ได้คาดหวังว่า หากสมัยหน้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงใดเพราะการคาดหวังจะทำให้เสียใจเหมือนที่ผ่านมา เคยคาดหวังเป็นรัฐมนตรีกระทรวงหนึ่งแต่ไม่ได้

กระแสข่าวการจับขั้วทางการเมือง ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐนั้น เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรคที่จะพิจารณา ไม่ขอให้ความเห็น ต้องให้เกียรติผู้บริหารของพรรค และดูเหมือนขณะนี้ ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในประเด็นนี้ และยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนใดๆ

ส่วนความรู้สึกของคนเสื้อแดง ที่นายสมศักดิ์ย้ายกลับไป อาจทำให้ไม่มั่นใจในตัวพรรคเพื่อไทยนั้น นายสมศักดิ์ ยอมรับว่ามีบ้าง เพราะได้เปลี่ยนที่ในจังหวะที่คนอื่นเขาอยู่กัน แต่เท่าที่รับทราบหลายคนก็ขานรับและต้อนรับดีใจที่ได้กลับไป อย่างไรก็ตามมั่นใจในกฎกติกาของพรรคเพื่อไทยที่จะทำให้เกิดความสมดุล

ส่วนเรื่องของการปฏิวัติ หากเพื่อไทยได้แลนสไลด์และทหารไม่ถูกใจ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ก็เป็นอีกเรื่อง แต่ส่วนตัวไม่เคยเล่นการเมืองนอกระบบหรือนอกแถว ทำงานอะไรที่ต้องไปถือไม้ไล่ตีชกต่อยไม่มี ส่วนตัวชกมวยได้เก่งเสียแต่ไม่เคยเดินข้างถนน จึงเป็นผู้แทนได้นานเป็นผู้บริหารที่ไม่มีปัญหา

ส่วนนโยบายอุดมการณ์ของพรรคเพื่อไทย ที่อยู่คนละขั้วกับ พลเอกประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐนั้น หลังการเลือกตั้งจบ รัฐบาลต้องดูที่ตัวเลขของส.ส ถ้ารวมกันแทบตายเหลือ 2 พรรค ก็ต้องหาทางลดหย่อนเรื่องที่เป็นแนวทาง ที่เป็นเงื่อนไข ซึ่งต้องลดและหาแนวทางเป็นรัฐบาลร่วม จึงขอบอกประชาชนทั่วประเทศไปว่า หากเป็นรัฐบาลพรรคร่วมหลายพรรค การขับเคลื่อนนโยบายเพื่อประชาชนไม่ง่าย มาทำแลนด์สไลด์ให้สมหวังแต่ถ้าทำ แลนด์ สไลด์ไม่ได้ก็เลิกกันไป