นายกฯ พอใจ 3 ปี ดึงบริษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุน กว่า 6 แสนล้านบาท
06 มี.ค. 2566 | tinakit_rat

นายกฯ พอใจ 3 ปี ดึงบริษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุน กว่า 6 แสนล้านบาท จาก 5 ธุรกิจ ยกเป็นผลงาน “ทีมไทยแลนด์” มี.ค.นี้ บอร์ดบีโอไอ จ่ออนุมัติอีกหลายโครงการใหญ่
การเมือง
06 มี.ค. 2566 | tinakit_rat

นายกฯ พอใจ 3 ปี ดึงบริษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุน กว่า 6 แสนล้านบาท จาก 5 ธุรกิจ ยกเป็นผลงาน “ทีมไทยแลนด์” มี.ค.นี้ บอร์ดบีโอไอ จ่ออนุมัติอีกหลายโครงการใหญ่
6 มีนาคม 2566 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ถึงความคืบหน้าการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งพบว่าใน 3 ปีที่ผ่านมา (2563-65) ได้มีบรรษัทข้ามชาติใหญ่ระดับโลก เลือกใช้ไทยเป็นฐานลงทุนธุรกิจใหม่ ๆ โดยเฉพาะใน 5 อุตสาหกรรมมุ่งเป้า ประกอบด้วย
มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมกัน 2,687 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 6 แสนล้านบาท
นายกรัฐมนตรี พอใจกับการเติบโตของการลงทุนที่เกิดขึ้น และถือเป็นผลสะท้อนที่เป็นรูปธรรม แสดงให้เห็นว่าต่างชาติ เชื่อมั่นต่อนโยบายของรัฐบาล พื้นฐานศักยภาพของประเทศไทยและคนไทย โดยนายกรัฐมนตรียกให้ความสำเร็จนี้ เป็นผลงานของทีมไทยแลนด์ ของทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นทีมปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ บีโอไอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมกันทำงานอย่างหนัก ท่ามกลางการแข่งขันกับประเทศต่างๆ ที่เร่งดึงดูดนักลงทุนเช่นกัน แต่ทีมไทยแลนด์ก็สามารถผลักดันให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทาง ที่นักลงทุนทั่วโลกเลือกเป็นฐานการผลิตได้
“ในเดือน มี.ค.นี้จะมีการประชุมบอร์ดบีโอไออีก 1 ครั้ง ซึ่งสำนักงานบีโอไอจะนำเสนอโครงการลงทุนขนาดใหญ่อีกหลายโครงการให้บอร์ดอนุมัติให้การส่งเสริม การที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยต่อเนื่องนี้ ทำให้นายกรัฐมนตรีมั่นใจว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบายมาถูกทาง และได้การวางรากฐานให้อุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ ให้เข้มแข็งต่อไปในอนาคต” น.ส.ไตรศุลี กล่าว
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำนักงานบีโอไอ รายงานถึงรายละเอียด การขอรับส่งเสริมการลงทุนของบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ใน 5 อุตสาหกรรมมุ่งเป้า รวม 2,687 โครงการ เงินลงทุนรวม 6 แสนล้านบาท ดังนี้
1) อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนรวมถึงสถานีอัดประจุไฟฟ้า 46 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 78,115 ล้านบาท
2) อุตสาหกรรมดิจิทัล 420 โครงการ มูลค่า 64,481 ล้านบาท
3) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 92 โครงการ มูลค่า 113,990 ล้านบาท
4) อุตสาหกรรม BCG 1,911 โครงการ มูลค่า 305,170 ล้านบาท
และ 5) อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 218 โครงการ มูลค่า 53,104 ล้านบาท