แต่เป็นการสู้กันระหว่าง “พลังเก่า” vs “พลังใหม่”
ตนได้รับฟังและมีข้อเสนอพร้อมความเห็นประกอบว่า "กลุ่มพลังเก่า"(คนรุ่นเก่า) และ "กลุ่มพลังใหม่"(คนรุ่นใหม่)ในสังคมไทยมีมากขึ้นทุกวัน และสิ่งที่พรรคการเมืองต้องยอมรับก่อน คือ สังคมได้เปลี่ยนไปแล้ว ก็คือประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่มากขึ้นกว่าในอดีต และต้องการเปลี่ยนประเทศชาติให้ดีขึ้น ไม่ใช่ผูกขาดการครองอำนาจ ให้แก่คนในตระกูลใดตระกูลหนึ่ง หรือ ระบอบสืบทอดอำนาจ
อะไรที่เคยคิดว่าแน่นอน วันนี้กลับไม่มีความแน่นอน อะไรที่คิดว่ามั่นคง วันนี้อาจจะไม่มั่นคงแล้วก็ได้ ถึงเวลาที่ทุกพรรคการเมืองไม่ว่าเก่าหรือใหม่จะต้องปรับตัวโดยด่วน
โดยเฉพาะพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ ที่ผ่านมา 4 ปี ถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างโดดเด่น และมีโอกาสจะเป็นความหวังของคนไทย ทั้งนโยบายเปลี่ยนโครงสร้างของประเทศ ชัดเจนเรื่องอุดมการณ์ประชาธิปไตย โดยเฉพาะบทบาทฝ่ายค้านที่ขึ้นชกสมศักดิ์ศรี ไม่มีมวยล้มต้มคนดู
แต่ด้วยท่าทีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ประกอบกับแนวร่วมต่างๆที่ผ่านมา จึงถูกผลักไปอยู่ฝ่ายสุดโต่งถึงขนาดบอกว่าเป็นซ้ายจัด
จึงกลายเป็นเหยื่ออันโอชะให้ผู้ไม่หวังดีนำไปบิดเบือน จนเลยเถิดเป็นทำงานการเมืองแบบทะลุเพดาน นำไปสู่ความไม่สบายใจ และความหวาดระแวง ที่จะเปลี่ยนแปลง จนเกินกติกา และกฎหมายที่กำหนดไว้
ฉะนั้นหากไม่ต้องการเป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา โจทย์สำคัญข้อแรก คือต้องชัดเจน เรื่องยุทธศาสตร์ ว่ากำลังต่อสู้ และทำอะไร พร้อมแก้ไขจุดอ่อน ด้วยการทำอะไรที่เป็นสัญลักษณ์และต้องประจักษ์ชัดว่าเลือกพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่จะไม่มีพฤติกรรมเช่นนั้น หรืออย่างน้อยมีอะไรเข้ามาถ่วงดุล