ด้านตัวแทนกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยในพื้นที่ภาคอีสาน กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า พลเอกประวิตร เป็นคนรอบคอบสมกับเป็นผู้ใหญ่ หากได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ประเทศน่าจะเจริญกว่านี้
สมัยก่อนพวกตนเป็นคอมมิวนิสต์ต่อสู้กับทหารเพื่อปลดปล่อยประเทศ 40 กว่าปีที่ผ่านมาหลายรัฐบาลแก้ปัญหาพวกตน ด้วยการให้เงินเยียวยา แต่พวกตนอีกมากมายที่ยังขาดการช่วยเหลือ ในคราวนี้พลเอกประวิตร ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับติดตามการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของมวลชน ได้ลงนามในคำสั่งวันที่ 6 มกราคม 2566 เพื่อแก้ปัญหาให้พวกตนโดยทั่วถึง
“หลายพรรคการเมืองที่เคยบริหารประเทศ บางคนก่อนได้เป็นส.ส.ก็พูดหาเสียงกันไป เช่น มีที่ทำกิน แลนด์สไลด์ แต่เมื่อได้เป็นส.ส.แล้วก็หาตัวยาก พูดตรงๆ หากพลเอกประวิตรเป็นคนแบบที่ระบุมา ตนก็จะมาขับไล่เช่นกัน พวกเราขาดคนดีจริงใจที่จะเป็นผู้นำ แต่ตนเชื่อว่า ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐมีความรู้และเหตุผล รวมทั้งพลเอกประวิตรเป็นคนดี จริงใจ เชื่อว่าทุกคนรู้ เพราะพลเอกประวิตรมีผลงานที่จะช่วยประชาชน เช่น เตรียมเปลี่ยนส.ป.ก.เป็นโฉนดที่ดิน เป็นต้น” ตัวแทนกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยในพื้นที่ภาคอีสาน กล่าว