เมื่อแคะไปสืบมาก็พบว่า คนที่ถูกทาบทามไปลงสมัครพรรคเกิดใหม่ คือ “ชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ” อดีต ส.ส.สุพรรณฯ 2 สมัย สังกัดชาติไทยพัฒนา น้องชาย “ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ” ลูกชายของ “บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ” อดีตประธานสภาฯ และคนใกล้ชิด “บรรหาร ศิลปอาชา” เพราะเลือกตั้ง 66 ชาติไทยพัฒนาเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครครบหมดทั้ง 5 เขตแล้วแต่ไม่มีชื่อ “ชาญชัย” ทำให้พรรคน้องใหม่สบช่อง หวังดึงตัวมาร่วมงานลงสู้เขต 1 สุพรรณบุรี
ทำให้เห็นว่าการเมืองไทย “ไม่มีมิตรแท้-ศัตรูถาวร” เพราะนอกจากจะต้องแข่งกับฝ่ายตรงข้ามแล้ว ก็ยังมีขั้วเดียวกันคอยรอจังหวะหาโอกาสทิ่มแทง
สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัครของพรรคชาติไทยพัฒนา ยังคงวางตัวผู้เล่นหน้าเดิมทั้งหมด โดยขยับแค่ “นพดล มาตรศรี” ส.ส.บัญชีรายชื่อ มาลงสู้เขต 5 ในการเลือกตั้ง 66 เท่ากับจบปัญหาก่อนหน้า ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ “จองชัย” ออกมากระซิบเตือนถึง “ประภัตร” อย่าส่งใครเข้าเขต 5 มิเช่นนั้นเหตุการณ์อาจซ้ำรอยคราวเลือกตั้งปี 62
แต่ที่ต้องลุ้น คือ เขต 1 พรรคน้องใหม่กับข่าวจะดึง “ชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ” มาชิงเก้าอี้จาก “สรชัด สุจิตต์” แชมป์เก่าจากชาติไทยพัฒนา ต้องมาดูว่าท้ายที่สุดผลจะออกมาอย่างไร บวกกับคู่แข่งขั้วตรงข้าม คือเพื่อไทย ซึ่งชัดเจนเตรียมส่ง “ดร.กุลธิดา เหมาเพชร” ดีกรีอาจารย์ประจำภาควิชาพละศีกษาและกีฬา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน รับภารกิจสานฝันแลนด์สไลด์
ส่วนพรรคอื่นๆ ยังต้องรอติดตามว่าจะเลือกใครมาชนครบทุกเขตหรือบางพื้นที่ หรือหลีกทางให้เจ้าถิ่นครองพื้นที่ต่อไป ทั้งหมดจึงเป็นเพียงภาพรวมคร่าวๆ กับสนามการเมืองในสุพรรณบุรี ในฐานะ “เมืองหลวง” และปราการสำคัญของชาติไทยพัฒนา ซึ่งประกาศจะไม่ยอมเสียให้พรรคไหนแม้แต่เก้าอี้เดียว จึงต้องดูกลยุทธ์ “เสี่ยท็อป” กับภารกิจผู้นำ ทายาทมังกรเมืองสุพรรณฯ จะกำจัดคู่แข่งที่เข้ามาแหยมจนต้องล่าถอยไปอย่างไร