สัปดาห์กีฬาฤดูหนาวของโอลิมปิก มีนักกีฬา 258 คนจาก 16 ชาติเข้าร่วมแข่งขันในกีฬา 9 ประเภท
ประกอบด้วย ฟิกเกอร์สเก็ต ฮอคกี้น้ำแข็ง เคอร์ลิง กีฬานอร์ดิกผสม สปีดสเก็ต บอบสเล สกีกระโดดไกล และ มิลิทารีพาทรอล (ต้นกำเนิดของทวิกีฬาฤดูหนาว) โดยมีเพียง ฟิกเกอร์สเก็ต เท่านั้นที่อนุญาตให้นักกีฬาหญิงเข้าร่วม
ในปีนั้น ซอนยา เฮนี เด็กหญิงวัย 11 ปีจากนอร์เวย์ ก็ได้เข้าร่วมแข่งขันด้วย แม้จะจบในอันดับสุดท้ายและไม่ได้เหรียญรางวัลใด ๆ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของหนึ่งในนักฟิกเกอร์สเก็ตระดับตำนานรายนี้
แม้จะยังไม่นับเป็นโอลิมปิกฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ แต่สัปดาห์กีฬาฤดูหนาวก็ประสบความสำเร็จเกินคาด มีผู้ชมมากกว่า 10,000 คน จนทำให้ที่ประชุมไอโอซีครั้งที่ 24 ในปี 1926 มีมติเห็นชอบให้รายการที่ ชาโมนิกซ์-มงต์-บล็องก์ ถูกนับเป็นโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งแรกในประวัติศาสตร์
พัฒนาการอย่างต่อเนื่อง
นับแต่นั้น โอลิมปิกฤดูหนาว ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในปี 1928 ที่สวิตเซอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพ นับเป็นครั้งแรกที่มีชาติจากเอเชีย คือ ญี่ปุ่น เข้าร่วมด้วย
ในปี 1936 ที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพ เป็นครั้งแรกที่มีการจุดคบเพลิงโอลิมปิก ในโอลิมปิกฤดูหนาว และยังเป็นครั้งแรกที่ นักกีฬาหญิงได้ลงแข่งในกีฬาประเภทอื่น นอกจากฟิกเกอร์สเก็ต เมื่อสกีอัลไพน์ถูกบรรจุเป็นประเภทกีฬาล่าสุด
ในปี 1972 ญี่ปุ่น กลายเป็นเอเชียชาติแรกที่ได้จัดโอลิมปิกฤดูหนาว ที่ซัปโปโร
ในปี 1986 ที่ประชุมไอโอซี ก็มีมติแยกการจัดโอลิมปิกฤดูหนาว และฤดูร้อน แทนการจัดร่วมในปีเดียวกั โดยเริ่มจากปี 1994 ที่ ลีลล์ฮัมเมอร์ ในนอร์เวย์เป็นครั้งแรก
โอลิมปิกฤดูหนาวครั้งล่าสุด ที่กำลังจะมีขึ้นที่ปักกิ่ง เป็นครั้งแรกที่จีนเป็นเจ้าภาพ (เป็นครั้งที่สามในเอเชีย ถัดจากญี่ปุ่น และเกาหลีใต้)
ขณะเดียวกัน ปักกิ่งก็จะเป็นเมืองแรกในประวัติศาสตร์ ที่ได้เป็นเจ้าภาพทั้งโอลิมปิกฤดูหนาวและฤดูร้อน (หิมะส่วนใหญ่ที่ใช้สำหรับสนามแข่งขัน เป็นหิมะเทียม)
รวมถึงจะเป็นโอลิมปิกฤดูหนาวที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดมา หลังได้รับอนุมัติจากไอโอซีให้เพิ่มประเภทกีฬาต่าง ๆ อีกหลายชนิด
หนึ่งในนั้น จะเป็นครั้งแรกในรอบ 90 ปี ที่นักกีฬาหญิงได้รับอนุญาตจาก ไอโอซี ให้ลงแข่งขันในสกีกระโดดไกล
ภาวะโลกร้อน อันตรายที่กำลังคืบคลาน
แม้โอลิมปิกฤดูหนาวจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในแง่สถิติ แต่อนาคตของทัวร์นาเมนต์กลับน่าเป็นห่วงกว่าที่คิด
นับจากปี 1924 เป็นต้นมา มีการบันทึกว่าสนาม 21 แห่งถูกใช้สำหรับจัดการแข่งขัน แต่ภายในปี 2050 เราอาจเหลือพื้นที่ที่เหมาะสมทางธรรมชาติ สำหรับใช้จัดทัวร์นาเมนต์ระดับนี้เพียงไม่ถึง 10 แห่ง
รายงาน 'Slippery Slopes: How Climate Change is Threatening the Winter Olympics' จากผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัยลาฟโบโร ในสหราชอาณาจักร เตือนว่าภาวะโลกร้อนที่มีสาเหตุหลักจากมนุษย์ กำลังส่งผลกระทบให้ภูเขาน้ำแข็ง หรือแม้แต่สถานที่ซึ่งปกคลุมด้วยหิมะมีจำนวนลดลง
ในรายงานฉบับดังกล่าว สถานที่ซึ่งเคยถูกใช้จัดโอลิมปิกฤดูหนาวหลายแห่ง ก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ชาโมนิกซ์, นอร์เวย์, ฝรั่งเศส และ ออสเตรีย
ขณะที่ แวนคูเวอร์ (แคนาด), โซชิ (รัสเซีย) และ สควอว์วัลลีย์ (สหรัฐฯ) ก็ไม่อยู่ในข่ายปลอดภัยเช่นกัน
ทีมงานเจ้าของงานวิจัยฉบับดังกล่าว ยังเสริมว่าแม้โอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่งจะดูสวยงาม และยิ่งใหญ่
แต่หิมะซึ่งสร้างขึ้นจากน้ำกว่า 222 ล้านลิตร และสารเคมีช่วยชะลอการละลาย ก็ยังแตกต่างจากหิมะธรรมชาติอยู่มาก โดยเฉพาะสัมผัสในการเล่นกีฬา ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
และในแง่มุมของการใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล ก็ถูกทักท้วงว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่ ในมุมของ ปีเตอร์ สเปท นักกีฬาจากทีมสหราชอาณาจักร ที่เห็นว่าการให้ความสำคัญกับภาวะโลกร้อน อาจสำคัญกว่าการพยายามฝืนธรรมชาติด้วยการสร้างหิมะเทียม เพื่อใช้จัดการแข่งขัน
เมื่อถึงวันนั้นจริง โอลิมปิกฤดูหนาวอาจกลายเป็นแค่ “การเล่นสนุกของคนรวย” เหมือนที่ครั้งหนี่ง ปิแอร์ เดอ กูแบร์กแตง ว่าไว้ก็ได้