กลุ่มเทคโนโลยี
เทรนด์ที่น่าจับตามอง
ยุคหลังนี้ “Web3” ถูกพูดถึงในแวดวงเทคโนโลยีมากขึ้น โดยคาดว่าจะเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ทำให้ "โลกอินเทอร์เน็ตเป็นประชาธิปไตย" โดยแนวคิดของ Web3 ว่าด้วยการสร้างอินเทอร์เน็ตแห่งโลกอนาคตที่จะเป็นของทุกคน โดยไม่มี Google หรือ Facebook เป็นเจ้าใหญ่แห่งโลกอินเทอร์เน็ตอีกต่อไป
Web3 จะมีการเพิ่มเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้าไป เพื่อทำให้โลกออนไลน์มีความเท่าเทียมกัน และเกิดการกระจายอำนาจมากขึ้น พัฒนาจนไม่มีการผูกขาดเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งทุกคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถเป็นเจ้าของและควบคุมข้อมูลบนโลกออนไลน์ได้อย่างเท่าๆกัน โดยไม่ต้องเสียเปรียบบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ ซึ่งจะเป็นวิธีแก้ปัญหาเรื่องข้อมูลบนโลกออนไลน์ที่ถูกเก็บรวมไว้ในบริษัท Big Tech เพียงไม่กี่แห่ง
การใช้เทคโนโลยี Web3 ได้เกิดขึ้นแล้วในแวดวงสกุลเงินดิจิทัลหรือ “คริปโตเคอเรนซี่” และ “NFT” ซึ่งแม้ว่ายังไม่มีกำหนดแน่ชัดต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่า Web3 จะเห็นเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ แต่คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งตลาดใหญ่ที่กำลังมาและทรงอิทธิพลในแวดวงไอทีของปี 2022 นี้
ความเสี่ยงครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงไม่ได้
ช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการสหภาพยุโรปได้ปล่อยร่างกฎหมายดิจิทัลสองฉบับออกมา คือกฎหมายบริการดิจิทัล (Digital Services Act) และกฎหมายตลาดดิจิทัล (Digital Markets Act) ซึ่งถือเป็นกรอบใหม่ในรอบ 20 ปีที่ออกมาเพื่อกำกับดูแลโลกอินเทอร์เน็ต
จุดเปลี่ยนหลักของกฎหมายทั้งสองฉบับนี้คือวิธีการมอง ‘ปัญหา’ จากเดิมที่ต้องฟ้องร้องหลังเกิดเหตุ สู่การจำกัดอำนาจก่อนเกิดเหตุ เพื่อลดความเสี่ยงที่บริษัทจะทำลายการแข่งขันในอนาคต โดยหากร่างฉบับนี้ผ่านและมีการบังคับใช้จริง ก็จะกลายเป็นต้นแบบนวัตกรรมการกำกับดูแลบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ให้กับทั้งกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา
เซอร์ไพรส์ใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น
“จักรวาลนฤมิตร” หรือ “Metaverse” ที่มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ถูกเป็นที่จับตามองมาเรื่อยๆนับตั้งแต่การออกมาประกาศช่วงปลายปี 2021 ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดกลับมีกลิ่นดราม่าลอยคลุ้งออกมาเมื่อมีรายงานว่าบริษัท Meta (เดิม Facebook) เกิดการยุบทีมและโครงการพัฒนาระบบปฏิบัติการ VR/AR ของตัวเองไปแล้ว จึงเกิดเป็นที่เคลือบแคลงใจว่าบริษัทกำลังหันหัวเรือไปในทิศทางไหนกันแน่?
แม้ทางบริษัท Meta เองจะออกมาแถลงไขความสงสัยของชาวเน็ตว่ายังคงลงทุนและพัฒนาแผนงานนี้อยู่เรื่อยๆเพื่อช่วยให้บรรลุวิสัยทัศน์ที่ Metaverse ตั้งไว้ แต่ก็ถือได้ว่ายังเป็นที่น่าจับตาสำหรับสำหรับธุรกิจว่าหากเบนเข็มมาตาม Metaverse แล้วจะรุ่งหรือจะร่วง?
กลุ่มการท่องเที่ยว
เทรนด์ที่น่าจับตามอง
หลังจากช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ปริมาณความต้องการท่องเที่ยวของผู้คนต่างลดน้อยลง รวมถึงมาตรการจากทางรัฐบาลของแต่ละประเทศที่ขอความร่วมมือในการชะลอการเดินทาง ทำให้สายการบินต่างๆต้องปรับลดราคาค่าเดินทาง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ แต่หลังจากทั่วโลกเร่งระดมอัตราการฉีดวัคซีนกันแล้ว ความต้องการของผู้โดยสารมีเกณฑ์ว่าจะเพิ่มมากขึ้น มิหนำซ้ำราคาน้ำมันและการเรียกเก็บภาษีสนามบินที่เพิ่มขึ้น ในปี 2022 นี้ อาจส่งผลให้ราคาตั๋วโดยสารอาจมีแนวโน้มกลับมาทะยานขึ้น
ความเสี่ยงครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงไม่ได้
ข้อตกลง Glasgow Climate Pact จากการประชุมสุดยอดผู้นำ COP26 ยังถือเป็นความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ต้องหาแนวทางการใช้พลังงานสะอาด (Green energy) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง และตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก
ทั้งแรงกดดันจากประชาคมโลก ตลาดของผู้บริโภคที่พยายามต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาจทำให้สายการบินและการคมนาคมหลายเจ้าต้องตั้งแนวทางในการดำเนินกิจการใหม่ รวมถึงต้นทุนที่นำมาใช้ยังไม่มีความแน่นอนว่าจะมีราคาที่เพิ่มสูงขึ้นหรือลดลงกันแน่
เซอร์ไพรส์ใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น
ราคาซื้อขายหุ้นในกลุ่มธุรกิจการบินดิ่งลงเหวในช่วงที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวดูเหมือนกำลังจะกลับสู่สถานการณ์ปกติหลังจากที่ก่อนหน้านี้สายการบินต่างๆ ล้วนทำทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอด แต่มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2022 นี้ ทุกอย่างจะกลับมาทะยานพุ่งขึ้นสูงยิ่งกว่ารถไฟเหาะเสียอีก!
แต่เหมือนบุญมีแต่กรรมบัง การกลับมาระบาดอีกระลอกจากสายพันธุ์ “โอมิครอน” ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังสามารถทะยานได้อีกหรือ? แล้วสถานการณ์จะกลับไปวนซ้ำเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาหรือไม่?
--------------------
อ้างอิง: