รายงานของสถาบันเทคโนโลยีการผ่าตัดนานาชาติ (Surgical Technology International) ระบุว่า กระดูกสันหลังของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ต้องรับแรงกดจากการก้มหน้าเล่นสมาร์ตโฟนมากถึง 1,000 - 1,400 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งศีรษะของมนุษย์มีน้ำหนักประมาณ 4-5 กิโลกรัม แต่การก้มหน้า ทำให้ตำแหน่งของศีรษะเคลื่อนไปข้างหน้า ยิ่งก้มมากเท่าไหร่ คอยิ่งต้องรับน้ำหนักมากขึ้น
ในเวลาที่เราไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ คอของเราจะตั้งตรง กระดูกสันหลังก็จะรับน้ำหนักศีรษะของเราแค่ประมาณ 4 กิโลกรัม แต่เมื่อเราก้มหน้า เล่นมือถือปุ๊บ กระดูกสันหลังของเราก็จะรับน้ำหนักศีรษะเรามากขึ้น หากก้มหน้า 30 องศา รับน้ำหนักเพิ่มเป็น 18 กิโลกรัม หากก้มหน้า 45 องศา รับน้ำหนักเป็น 22 กิโลกรัม หากก้มหน้า 60 องศารับน้ำหนักเป็น 26 กิโลกรัม เกิดแรงกดบริเวณข้อต่อของกระดูกสันหลัง ทำให้ข้อต่อคอต้องรับภาระจากน้ำหนักที่เราก้มมากขึ้น
ผลจากการก้ม ทำให้เราปวดเมื่อยกล้ามเนื้อช่วงคอ บ่า ไหล่ สะบัก ยิ่งเราปล่อยไว้นานโดยไม่ปรับพฤติกรรม ก็นำไปสู่โรคกระดูกคอเสื่อมตามมา ทางการแพทย์เราเรียกว่า โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทส่วนคอ หรือ Text Neck Syndrome กล้ามเนื้อที่หดเกร็ง ทำให้ไขสันหลังจะไปกดทับรากประสาทบริเวณคอ คราวนี้ล่ะยาวเลย ต้องไปหาหมอเพื่อรักษา และไม่รู้ว่าจะกลับมาหาย 100% มั้ย
อาการปวดคอบ่าไหล่เรื้อรัง อาจจะลุกลามไปสู่โรค อื่นๆ เช่น กลุ่มอาการ TOS (Thoracic Outlet Syndrome) คือโรคปวดคอก็ไม่ใช่ ปวดไหล่ก็ไม่เชิง เกิดจากเส้นเลือดและเส้นประสาทบริเวณระหว่างต้นคอกับรักแร้ไปจนถึงด้านหน้าของไหล่และหน้าอก ถูกกดทับจากการตึงตัวของกล้ามเนื้อส่วนระหว่างช่องอก กระดูกไหปลาร้า และกระดูกซี่โครง
หลายคนอาจมีอาการที่แตกต่างกันไป หากเกิดการกดทับที่หลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก แขนอ่อนแรง มือ และนิ้วมือเย็นผิดปกติ เกิดอาการเหน็บชาที่นิ้วมือ ส่วนการกดทับที่เส้นประสาททำให้เกิดอาการชา และจะปวดบริเวณคอ ไหล่ หรือมือ บางรายกำมือได้ไม่แน่น เนื่องจากไม่มีแรง
เห็นแบบนี้แล้ว น่ากลัวใช่มั้ยล่ะคะ ดังนั้นอย่าคิดว่าพฤติกรรมการก้มดูมือถือนานๆ เป็นเรื่องเล็กนะคะ เพราะเมื่อเราทำซ้ำๆบ่อยๆ ก็เหมือนการสะสมความเสี่ยงที่นำไปสู่ปัญหาสุขภาพในอนาคตได้
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาลุกลามใหญ่โต ง่ายที่สุด เราต้องเริ่มจากการ ปรับอิริยาบถร่างกายเวลาทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะเวลาใช้โทรศัพท์มือถือ หรือเวลานั่งทำงาน ให้ปรับระดับและท่าทางของคออยู่ในแนวตรงมากที่สุด ไม่ก้มหน้า ก้มคอ หรือห่อหลัง ห่อไหล่ ควรพักเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ และที่สำคัญไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจ ลองตั้งค่าเวลาใช้งาน Social ในมือถือ ไม่เกินกี่ชั่วโมง/วันก็ว่าไป แค่นี้ก็ช่วยได้เเล้วค่ะ
เพราะโลกเราทุกวันนี้ มีโลกออนไลน์ ที่เปรียบเสมือนโลกคู่ขนานกับความเป็นจริง อย่าให้เทคโนโลยีการสื่อสารที่พัฒนาขึ้น มาทำให้ชีวิตจริงเรามีปัญหา นอกจากสุขภาพเราเองที่ต้องดูแลให้ดีแล้ว ยังต้องใส่ใจคนใกล้ตัวเราด้วย ชีวิตถึงจะสมดุลและมีความสุขนะคะ
--------------------
ที่มา