ยกตัวอย่างความเก่าแก่ของชุดความเชื่อนี้ เช่น ความเชื่อในการกราบไหว้ ไม้ หรือ ต้นไม้ ของพื้นที่ภาคเหนือ เป็นความเชื่อดั้งเดิมของชาวลัวะ ก่อนหลอมรวมเข้ากับวัฒนธรรมชาวไทกลายเป็นล้านนา พวกเขามีความเชื่อในการกราบไหว้ต้นไม้ใหญ่ โดยเฉพาะ ไม้ลุง(ต้นกร่าง) ไม้เดื่อ(ต้นมะเดื่อ) และไม้ยาง(ต้นยางนา) โดยเชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของอารักษ์รวมถึงวิญญาณบรรพบุรุษ เป็นต้น
นอกจากการเคารพและกราบไหว้บูชาตามความเชื่อ อีกส่วนยังมีการนำพืชพรรณหรือไม้เหล่านั้นมาใช้งานในทางอื่น ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้ามาปลูกภายในบ้านเรือนพื้นที่ไร่นาเถือกสวนของตัวเอง ไปจนนำมาใช้ในงานก่อสร้างลงหลักปักฐาน กลายเป็นที่มาของอีกชุดความเชื่ออย่าง ไม้มงคลในการวางศิลาฤกษ์
ตัวอย่างรูปแบบความเชื่อเกี่ยวกับไม้มงคล
ความเชื่อเกี่ยวกับไม้มงคลอีกหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือไม้มงคลในการวางศิลาฤกษ์สำหรับก่อสร้างอาคาร จากคุณสมบัติในการเสริมสิริมงคลให้แก่เจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยจนได้รับความนิยมแพร่หลาย สิ่งนี้คือพรรณไม้มงคล 9 ชนิด ที่เราต่างคุ้นเคยกันดี ได้แก่
- ไม้ราชพฤกษ์ หมายถึง ความเป็นใหญ่และอำนาจวาสนา
- ไม้ขนุน หมายถึง ความร่ำรวย ทำอะไรก็มีคนมาเกื้อหนุน
- ไม้ชัยพฤกษ์ หมายถึง ชัยชนะ
- ไม้ทองหลาง หมายถึง ทรัพย์สินเงินทอง
- ไม้ไผ่สีสุก หมายถึง การมีความสุขทั้งกายใจ
- ไม้ทรงบาดาล หมายถึง ความมั่นคง แข็งแรง
- ไม้สัก หมายถึง ความมีเกรียติและศักดิ์ศรี
- ไม้พะยูง หมายถึง การพยุงประคับประคองฐานะ
- ไม้กันเกรา หมายถึง การป้องกันภัยอันตรายต่างๆ
อีกหนึ่งความเชื่อเกี่ยวกับไม้มงคลคือการนำความรู้ส่วนนี้ไปผูกกับทิศมงคล ก่อให้เกิดเป็นพรรณไม้มงคลประจำทิศไว้คอยส่งเสริมดวงชะตาสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ผู้ปลูก โดยมีรายละเอียดได้แก่
- ทิศเหนือ ปลูก ส้มป่อย ส้มซ่า มะเดื่ออุทุมพร
- ทิศใต้ ปลูก มะม่วง มะพลับ ตะโกสวน
- ทิศตะวันออก ปลูก มะพร้าว
- ทิศตะวันตก ปลูก มะยม มะขาม พุทรา กุ่มบก
- ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ปลูก มะตูม ทุเรียน
- ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ปลูก สารภี ยอป่า ยอบ้าน กระถิน
- ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ปลูก มะพูด มะนาว มะกรูด
- ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ปลูก สะเดา ชัยพฤกษ์ ขนุน
นอกจากที่กล่าวไปข้างต้นยังมีไม้มงคลบางส่วนที่นิยมปลูกตกแต่งไว้ภายในตัวบ้านเพื่อเป็นสิริมงคล เช่น วาสนา ชวนชม สนฉัตร สักทอง ทองอุไร ใบเงิน ใบทอง ใบนาค โป๊ยเซียน เข็ม หรือกล้วยไม้ เป็นต้น โดยเชื่อว่าต้นไม้เหล่านี้จะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้อาศัยดีขึ้น
อีกทั้งนอกจากการปลูกเพื่อเสริมสิริมงคงแก่ชีวิต ไม้มงคลบางส่วนยังมีคุณสมบัติทางด้านไสยศาสตร์และความเชื่อต่างๆ ทั้งในส่วนของว่านหลากหลายชนิดทีมีคุณสมบัติในการนำไปเป็นเครื่องรางของขลัง หรือจะเป็นต้นไม้ที่ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา เช่น บัว พิกุล จำปี จำปา มะลิ ฯลฯ
เห็นได้ชัดว่าขอบเขตของคำว่าไม้มงคลมีความหมายกว้างขวาง ขึ้นกับการนำไปใช้งานของพืชแต่ละชนิดว่าจะถูกนำไปใช้ในทางไหน แต่ส่วนมากความเป็นมงคลจะถูกวัดกันได้ด้วยชื่อของพืชหรือต้นไม้ชนิดนั้นๆ เหมือนบรรดาไม้ประดับมากมายที่ยกตัวอย่างซึ่งส่วนมากมีชื่อที่ไพเราะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
แต่บางครั้งไม้มงคลนอกจากชื่อแล้วยังมีคุณสมบัติดีสามารถนำไปใช้งานได้จริงหลายขนาน ดังกรณีของไม้มงคล 9 ชนิดที่ใช้ในการวางศิลาฤกษ์ หากตัดในส่วนของความเชื่อเห็นได้ชัดว่านั่นคือไม้ยืนต้นที่มีความทนทานแข็งแรง เหมาะสำหรับการใช้เป็นเสาเข็มปักยึดตัวบ้านให้มั่นคง เพื่อให้บ้านที่สร้างขึ้นทนแดนทนฝน อาจเป็นกุศโลบายชนิดหนึ่งในการสอนลูกหลานสร้างบ้านของคนโบราณ
เช่นเดียวกับพืชที่มีคุณสมบัติทางไสยศาสตร์ที่มีการปลูกตามบ้านเอง ดอกไม้ที่นำมาปลูกมักมีกลิ่นหอมและสวยงาม สร้างบรรยากาศที่ดีเหมาะสมแก่การใช้ชีวิตต่อคนในบ้าน สามารถนำมาใช้งานโดยสะดวก เช่นเดียวกับว่านทั้งหลายที่นอกจากแง่ความเชื่อ ยังสามารถนำไปใช้เป็นยาหรือสมุนไพรไว้ใช้ในชีวิตประจำวันรวมถึงรักษาบาดแผลได้ด้วย
การเปลี่ยนแปลงและความแตกต่างทางความเชื่อเรื่องไม้มงคล
นับแต่อดีตความเชื่อเรื่องไม้มงคลไม่เคยหยุดนิ่งมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด สิ่งนี้สอดคล้องไปตามความเชื่อและวิถีชีวิตของผู้คน ตามแต่ละพื้นที่ สถานการณ์ จนถึงยุคสมัย หลอมรวมเข้ากับความเชื่อชุดใหม่ที่เข้ามาในพื้นที่อย่างกลมกลืน กลายเป็นส่วนหนึ่งในเกือบจะทุกวัฒนธรรมในประเทศไทย
ดังที่เคยเกิดภายในล้านนา เมื่อแรกเริ่ม ต้นส้มป่อย ได้รับความนิยมในการปลูก เพราะสามารถนำส่วนฝักมาใช้ในการทำน้ำมนต์ทั้งสำหรับในพิธีกรรมและไล่ผี แต่ความเชื่อเหล่านั้นเริ่มจางหายจากการเข้ามาของศาสนาพุทธ ก่อนแทนที่ด้วยต้นไม้ในความเชื่อตามพระไตรปิฎกอย่าง ต้นโพธิ์ กับ ต้นไทร แทน
นอกจากความเชื่อเกี่ยวกับไม้มงคลในการวางศิลาฤกษ์หรือการนำมาเพาะปลูกในบ้าน ไม้มงคลยังมีความเชื่อเกี่ยวพันถึงไม้ประจำทิศ ประจำราศีเกิด ประจำวันเกิด แม้แต่ประจำจังหวัด ไหลไปตามวัฒนธรรมใหม่ที่เข้ามาภายในสังคม นั่นทำให้ความเชื่อในเรื่องไม้มงคลไม่เคยหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของเราเลย
ความเชื่อเรื่องไม้มงคลจึงคลุมเครือไม่มีการกำหนดกฎเกณฑ์แน่นอน ขึ้นกับว่าจะนับตามความเชื่อหรือการมีอยู่รูปแบบใดเป็นที่ตั้ง จะถือว่าเป็นการปรับตัวเปลี่ยนแปลงตามวันเวลาคงได้ แต่เมื่อลองมองในอีกแง่ ในเมื่อต้นไม้พืชพรรณทั้งหลายเป็นสิ่งมีอยู่ทั่วไปในทุกมุมโลก หากมนุษย์เราแต่ละคนจะมีแนวคิดความเชื่อเรื่องเหล่านี้ต่างกันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
บางทีพืชพรรณบางชนิดที่ถูกจัดให้เป็นไม้ไม่มงคลสำหรับใช้ในการปลูกในไทย แต่กลับได้รับความนิยมเป็นไม้มงคลในอีกท้องที่ เช่น ต้นไผ่ ในบางท้องที่ถือว่าไม่มงคลจากการนำไปใช้เป็นคานในการหามโลง แต่สำหรับจีนนี่คือพืชมหามงคลสัญลักษณ์แห่งการอายุมั่นขวัญยืน หรือ ต้นมะกอก ที่ถือเป็นไม้ไม่มงคลเพราะแสดงถึงการกลับกลอก แต่สำหรับชาวกรีกมะกอกคือพืชที่ได้รับการประทานจาก อาธีน่า เทพีแห่งปัญญาจึงถือเป็นไม้มงคล
ในปัจจุบันเองก็มีไม้มงคลยุคใหม่ที่ถูกปรับให้เข้ากับแนวคิด ไลฟ์สไตล์ และยุคสมัยนี้ด้วยเช่นกัน อาจเป็นพืชแปลกตาที่เมื่อก่อนเราไม่เคยพบเห็น หรือนำมาเพาะขายจากต่างประเทศบ้าง แต่โดยมากจะเป็นพืชพันธุ์ที่ปลูกง่ายดูแลสะดวก รวมถึงมีอรรถประโยชน์อื่นเพื่อให้เข้ากับคนในปัจจุบัน เช่น
- ลิ้นมังกร ทนความแห้งแล้งได้ดีจึงไม่ต้องรดน้ำมาก อีกทั้งช่วยฟอกอากาศภายในห้องได้ด้วยจึงเป็นที่นิยม
- กวักมรกต นอกจากคุณสมบัติดูดซับสารพิษในอากาศ ยังไม่ต้องการน้ำหรือแดดมากจึงดูแลง่าย
- ไผ่กวนอิมเล็ก มีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถนำมาวางตั้งบนโต๊ะทำงานได้ง่าย
- กระบองเพชร มีจุดเด่นด้านขนาดเล็ก ต้องการน้ำน้อยดูแลง่าย อีกทั้งรูปทรงและสีสันยังสวยงามอีกด้วย
- เศรษฐีเรือนใน ดูแลโดยรดน้ำวันเว้นวัน อาจถี่กว่าต้นอื่นสักนิด แต่มีคุณสมบัติช่วยลดภูมิแพ้บางชนิดด้วย
ดังนั้นแท้จริงพรรณไม้มงคลอาจขึ้นกับนิยามของสังคม วัฒนธรรม กระทั่งตัวเรา ว่าพืชพรรณชนิดใดจึงจัดว่าเป็นไม้มงคล อาจเป็นพืชมีชื่อฟังดูไพเราะนำโชค อาจเป็นพันธุ์ที่สวยงามมีกลิ่นหอม อาจเป็นไม้ที่สามารถนำไปใช้ทำเครื่องไม้เครื่องมือ อาจเป็นชนิดที่ไว้ใช้ทำเป็นยาสำหรับรักษาโรคภัยไข้เจ็บ หรือเป็นแค่ความชอบส่วนบุคคลก็สุดแต่เราจะกำหนด
--------------------
ที่มา