สำหรับประเทศไทยการนำตั๊กแตนมาทำเป็นอาหารและวัตถุดิบสำหรับการปรุงไม่ใช่ของใหม่ หลายคนเติบโตมากับการบริโภคแมลงมาแต่วัยเยาว์รวมถึงชื่นชอบ ในขณะที่บางคนอาจขยะแขยงไม่คิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือลิ้มลอง แม้ผลการวิจัยมากมายออกมายืนยันถึงคุณค่าทางอาหารมากมาย
ล่าสุดตั๊นแตกกลายเป็นอาหารชนิดใหม่ที่ทาง สหภาพยุโรป(EU) ให้การรองรับว่าสามารถนำมารับประทานได้ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกในการรองรับแมลงเข้ามาเป็นอาหารให้บริโภค ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สหภาพยุโรปก็รองรับหนอนนกให้เป็นอาหารที่สามารถกินได้อย่างปลอดภัย รวมถึงยังมีการพิจารณาแมลงกินได้เพิ่มเติมอีกชนิดอย่าง จิ้งหรีดขาว อีกด้วย
หลายคนอาจรู้สึกสงสัยไม่คุ้นเคยอยู่สักหน่อย แต่แท้จริงการกินแมลงอยู่คู่สังคมมนุษย์มายาวนานในหลายวัฒนธรรม ตั้งแต่กลุ่มเอเชียตะวันออกอย่าง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ต่างมีเมนูจากแมลงรวมถึงความเชื่อว่ากินแล้วจะทำให้อายุยืนยาว(เป็นเรื่องที่ไม่ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์) เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศอาเซียนที่คุ้นเคยการกินแมลงเป็นอย่างดี
นอกจากภายในเอเชีย ในทวีปอเมริกาเอง เม็กซิโกเป็นอีกประเทศที่มีการนำตั๊กแตนชาปุลินมารับประทาน รวมถึงเหล้าเตกีล่าดองหนอนที่เป็นอีกสินค้าขึ้นชื่อ, ในทวีปแอฟริกามีการนำหนอนต้นเชีย ด้วงมะพร้าว ไปจนถึงปลวกมาทำเป็นอาหาร กระทั่งในตะวันออกกลางเองยังเคยมีการพูดถึงการบริโภคตั๊กแตนโลกัสต้าในคัมภีร์ไบเบิล พันธสัญญาเดิมอีกด้วย
ความนิยมในการรับประทานแมลงนอกจากกลุ่มคนดั้งเดิมที่บริโภคอาหารชนิดนี้อยู่แล้ว ยังเริ่มขยับขยายมาถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่บางส่วนทยอยให้ความสนใจ ข้อมูลจากสำนักส่งเสริมการค้าในต่างประเทศระบุว่า ในสหรัฐฯตลาดอาหารแมลงได้รับความนิยมและมีแนวโน้มขยายตัวนับแต่ปี 2558 เป็นต้นมา จนอาจขยายไปถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเลยทีเดียว