อาการของ เซร์คิโอ อเกวโร ในเกมระหว่าง บาร์เซโลนา กับ อลาเบส นัดล่าสุด เป็นอีกครั้งที่ความผิดปกติของหัวใจเกิดขึ้นกับนักกีฬาระดับโลก และจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายด้วย เมื่อสถิติการแพทย์พบว่านี่คือปัญหาใหญ่ที่มองไม่เห็นของนักกีฬาทั่วโลก

Highllights

  • จากภาพช็อคความรู้สึกคนทั่วโลก ที่ มาร์ค วิเวียง โฟเอ ค่อย ๆ ทรุดตัวลงกลางสนามในเกมคอนเฟดเดอเรชันส์ คัพ เมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว จนถึงเหตุการณ์ล่าสุดกับ เซร์คิโอ อเกวโร ตอกย้ำว่าอาการผิดปกติของหัวใจ เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด
  • ตัวเลขที่น่าตกใจจากผลการสำรวจ คืออาการหัวใจวายเฉียบพลัน เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิตในกลุ่มนักกีฬาอาชีพทั่วโลก
  • คำถามที่ตามมา คือสาเหตุของปัญหานี้คืออะไร และเราจะมีวิธีรับมือหรือหาทางแก้ไขได้รึเปล่า?

--------------------

          ภาพของ เซร์คิโอ อเกวโร ใช้มือจับหน้าอกก่อนค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ในช่วงท้ายครึ่งแรกของเกมระหว่าง บาร์เซโลนา กับ อลาเบส เมื่อปลายเดือนตุลาคม


          น่าจะทำให้หลายคนนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดกับ คริสเตียน เอริคเซน จอมทัพทีมชาติเดนมาร์ก ระหว่างเกมยูโร 2020


          หรือตอนที่ มาร์ค วิเวียน โฟเอ ของทีมชาติแคเมอรูน ล้มหมดสติ ระหว่างเกมรอบรองฯ คอนเฟดเดอเรชันส์ เมื่อปี 2003 จนกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก


          แม้ เอริคเซน และ อเกวโร จะโชคดีกว่า โฟเอ ที่ได้รับการปฐมพยาบาลอย่างทันท่วงที แต่ก็อาจไม่พอที่จะได้กลับมาลงสนามอีกครั้ง


          คำถามที่เกิดขึ้นคือทำไม นักฟุตบอลและนักกีฬาอาชีพที่น่าจะแข็งแรงกว่าคนทั่วไป กลับมีปัญหาแบบนี้ได้?

 

จาก โฟเอ ถึง อเกวโร

การเสียชีวิตของ มาร์ค วิเวียง โฟเอ ต่อหน้าคนทั่วโลก ขณะถ่ายทอดสด คือเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้วงการกีฬาเริ่มตระหนักถึงปัญหานี้ / ภาพจาก AP Photos

          การเสียชีวิตในสนามของนักกีฬา เพราะความผิดปกติของหัวใจ ไม่ใช่เรื่องใหม่ของวงการกีฬา

 

          เพราะมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมานับร้อยปีแล้ว แต่ด้วยความที่มันไม่เคยเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาคนหมู่มาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการถ่ายทอดสด ทำให้หลายคนรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว

 

          กระทั่งในวันที่ 26 มิถุนายน 2003 ระหว่างเกมรอบรองชนะเลิศ คอนเฟดเดอเรชันส์ คัพ 2003 ที่ แคเมอรูน พบกับ โคลอมเบีย ณ สนาม สตาด เดอ แชร์กลองด์ ในเมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส

          จู่ ๆ มาร์ค วิเวียน โฟเอ กองกลางของแคเมอรูน ก็ค่อย ๆ ทรุดตัวลงที่วงกลมกลางสนาม ทั้งที่ไม่ได้ปะทะกับผู้เล่นคนไหน

 

          หลังทีมแพทย์ในสนาม พยายามปฐมพยาบาลเพื่อให้เจ้าตัวฟื้นคืนสติอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล โฟเอ เสียชีวิตในเวลาต่อมา และการชันสูตรครั้งที่สอง ก็พบหลักฐานว่าเกิดจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย

 

          มารี-หลุยส์ ภรรยาของ โฟเอ กล่าวในภายหลังว่าสามีมีอาการไม่ดีมาหลายวันตั้งแต่ก่อนแข่งแล้ว แต่ยังยืนกรานขอลงสนาม เพราะ ลียง คือเมืองที่เขามีความผูกพันเป็นพิเศษ

 

          ขณะที่ วินฟรีด เชเฟอร์ ซึ่งคุมทีมชาติแคเมอรูนในเวลานั้น เสริมว่าเขาเห็น โฟเอ มีท่าทางแปลก ๆ ระหว่างเกมแล้ว และพยายามให้สัญญาณขอเปลี่ยนตัวเขาออก แต่นักเตะกลับโบกมือปฏิเสธ เพื่อขอเล่นต่อ กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าวในที่สุด

 

          นับแต่นั้น วงการกีฬาก็หันมาให้ความสนใจกับเรื่องนี้มากขึ้น แต่ก็ยังมีข่าวนักกีฬาล้มหมดสติกลางสนามเป็นระยะ และก็มีทั้งที่โชคร้ายแบบ โฟเอ หรือโชคดีที่เอาชีวิตรอดมาได้

 

          รายล่าสุดที่โด่งดังไปทั่วโลก อย่าง คริสเตียน เอริคเซน ที่ล้มหมดสติระหว่างเกมยูโร 2020 ที่เดนมาร์ก พบกับ ฟินแลนด์ เมื่อเดือนมิถุนายน

 

          แม้จะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และได้รับการติดตั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าไว้ภายในทรวงอก ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาเล่นให้ อินเตอร์ ต้นสังกัดใน กัลโช เซเรีย อา อีกครั้ง เพราะผิดกฎของสมาพันธ์ฟุตบอลอิตาลี

 

          กรณีของ เซร์คิโอ อเกวโร แม้อาการที่ปรากฎในสนาม อาจดูไม่รุนแรงเท่า แต่ก็ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งซับซ้อนและอันตรายกว่าที่เห็น และได้รับคำแนะนำให้เลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ
 

โรคร้ายที่แข็งแรงแค่ไหนก็ต้านไม่อยู่

ความผิดปกติของหัวใจ มักเป็นโดยกำเนิด หมายถึงแข็งแรงแค่ไหนก็ไม่อาจช่วย / ภาพ Getty Images

          แม้จะมีหลักฐานแสดงความเชื่อมโยงว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิต ฯลฯ

          แต่ข้อมูลดังกล่าวก็น่าจะใช้ได้เฉพาะสำหรับผู้มีร่างกายปกติเท่านั้น เพราะในทางกลับกัน ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีปัญหาโรคหัวใจ การใช้ร่างกายหนักเกินไปอย่างการออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬา ก็อาจนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างกะทันหันแทน

 

          จากการเก็บสถิติในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา พบตัวเลขที่น่าตกใจว่าโรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในหมู่นักกีฬาอาชีพ ในอัตราส่วน 1 ต่อ 50,000 ถึง 1 ต่อ 300,000 คน ในแต่ละปี

 

          เมื่อลงลึกในรายละเอียด ผ่านการสำรวจข้อมูลนักกีฬาชาวสหรัฐฯ กว่า 1,400 คน จะพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในกลุ่มนักกีฬาที่อายุไม่ถึง 35 ปี ยังมีความซับซ้อน และแตกต่างไปในแต่ละกรณีด้วย

 

          เช่น 36% ของการเสียชีวิต เกิดจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนา ซึ่งมักเป็นอาการที่ติดตัวมาแต่กำเนิด และปัจจุบัน เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนอายุน้อยกว่า 35 ปี

 

          ขณะที่อีก 17% เกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบผิดปกติ ซึ่งเป็นความผิดปกติมาแต่กำเนิดเช่นกัน

 

          ขณะที่ในกลุ่มซึ่งอายุมากกว่า 35 ปี อาการหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน มักเกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน หรือ CAD ซึ่งสามารถป้องกันได้ หากตรวจพบความผิดปกติแต่เนิ่น ๆ แม้จะยังไม่แสดงอาการให้เห็นก็ตาม
 

ป้องกันยังไง ไม่ให้เกิดโศกนาฎกรรม
การวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ECG คือหนึ่งในแนวทางคัดกรองหาความผิดปกติของหัวใจ           วิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงที่จะเกิดการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะในกลุ่มนักกีฬาอาชีพ

 

          คือโปรแกรมการตรวจคัดกรองหาความเสี่ยง ด้วยการวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) รวมถึงการตรวจร่างกาย และประวัติทางการแพทย์ย้อนหลัง เพื่อเช็กความเป็นไปได้จากกรรมพันธุ์ในครอบครัว อาการผิดปกติต่าง ๆ เช่น หายใจลำบาก เวียนศีรษะ ใจสั่น เจ็บหน้าอกกะทันหัน ฯลฯ ที่เคยเกิดขึ้นระหว่างซ้อมหรือแข่งขัน

 

          วิธีเหล่านี้อาจไม่ได้ช่วยป้องกันอาการหัวใจวายได้แบบ 100% แต่การตรวจหาความผิดปกติแต่เนิ่น ๆ ก็อาจนำไปสู่การหาทางรักษา หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการซ้อมหรือใช้ชีวิตของนักกีฬาคนนั้น ๆ ให้เหมาะสมอได้

 

การเตรียมรับมือ และแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า
ในหลาย ๆ ประเทศ อุปกรณ์กระตุ้นหัวใจ AED เริ่มถูกกำหนดให้เป็นเครื่องมือพื้นฐานสำหรับสนามกีฬาแล้ว / ภาพจาก China Daily

          ถ้าการตรวจคัดกรอง คือด่านแรกในการรับมือปัญหานี้ ความพร้อมของทีมแพทย์และอุปกรณ์ปฐมพยาบาลในแต่ละสนามแข่งขัน คือขั้นตอนต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

 

          หนึ่งในอุปกรณ์สำคัญสำหรับสถานการณ์นี้ คือเครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือ AED

 

          ข้อดีของ AED คือถูกพัฒนามาให้ใช้งานง่ายที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะในการแพทย์ในระดับสูง ขอเพียงผ่านการอบรมด้านการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานมาก็พอ

 

          ในแง่ของการจัดเตรียม AED พร้อมด้วยอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ อย่าง หน้ากากช่วยหายใจ ผ้าขนหนูเพื่อเช็ดเหงื่อ ฯลฯ จำเป็นต้องถูกวางไว้ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน หรืออยู่ใกล้บริเวณที่ใช้แข่งขัน

 

          การมี AED อยู่ในตำแหน่งที่หยิบฉวยได้ง่าย ไม่ได้แค่ป้องกันการเสียชีวิตของนักกีฬา แต่ยังเพิ่มโอกาสรอดของผู้ชม หรือเจ้าหน้าที่สนาม ที่หมดสติกะทันหันได้เช่นกัน

 

          แต่จนถึงตอนนี้ ก็แทบไม่มีตัวอย่างของนักกีฬาอาชีพที่คัมแบ็กกลับมาได้ หลังพบความผิดปกติที่หัวใจ

 

          นั่นอาจหมายถึงเกมกับ อลาเบส ที่ คัมป์ นู อาจเป็นนัดสุดท้ายอย่างเป็นทางการของ อเกวโร ก็ได้
--------------------
SOURCE: