สองปีจากผลพวงของการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมมหาศาล เช่นเดียวกับคนทำธุรกิจที่เริ่มขยายฐานไปสู่ประชาชนคนธรรมดาที่อยากจะมีอะไรเป็นของตนเอง บทความนี้ได้รวบรวมเทรนด์การทำธุรกิจระดับเล็กให้ Success สำหรับคนที่มีใจรักอยากจะทำธุรกิจ

Highlights

  • ธุรกิจต้องจับตลาดออนไลน์ ในขณะเดียวกันก็ต้องเชื่อมรอยต่อระหว่างออนไลน์และออฟไลน์อย่างแนบเนียน
  • ลูกค้าคือพระเจ้า : เมื่อลูกค้าไม่ชอบการรอ และความสะดวกคือบริการที่ธุรกิจต้องมี
  • พนักงานมองหาบริษัทที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ จะรักษาพนักงานไว้ได้อย่างไรใน พ.ศ.นี้

--------------------

          สองปีจากผลพวงของการระบาดของโรคโควิด-19 การล็อคดาวน์ที่ทำให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการอุปโภคบริโภค รวมไปถึงบทบาทของเทคโนโลยีที่เข้ามามีความสำคัญกับการทำธุรกิจมากขึ้น  ทำให้เราได้เห็นหน้าตาของคนทำธุรกิจที่ขยายฐานไปสู่ประชาชนคนธรรมดา เพราะเดี๋ยวนี้การค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ต้องลงทุนมาก อยู่ที่ไหนก็ขายได้ ทำให้ง่ายต่อการเป็นเจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ เกิดเป็นกระแสการขายของออนไลน์อย่างกว้างขวาง .. อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงธุรกิจ เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันย่อมมาพร้อมการแข่งขัน และโจทย์ที่สำคัญกว่าการเริ่มต้น คือทำยังไงให้ยั่งยืนและอยู่รอดในสถานการณ์โลกที่ความไม่แน่นอนพุ่งสูงมากยิ่งขึ้น

 

          เราจึงได้รวบรวมเทรนด์การทำธุรกิจระดับเล็กที่ Success มาให้ทุกคนที่อยากประสบความสำเร็จกัน!

 

จับตลาดออนไลน์ ขายได้ตั้งแต่สิ่งของยันความคิด

          ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเดี๋ยวนี้ เด็กอายุ 18 สามารถขายของและร่ำรวยเป็นเศรษฐีเงินล้านได้ง่ายกว่าคนยุคก่อน .. กรณีนี้จะเกิดมากขึ้นแน่นอนในอนาคตข้างหน้า เพราะเด็กโตมากับเทคโนโลยีและชีวิตที่แขวนอยู่บนช่องทางออนไลน์ ซึ่งกลายเป็นกระแสหลักและกลายเป็นโลกอนาคตที่ทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้    

 

          คุณจะสามารถทำธุรกิจอะไรในโลกออนไลน์ได้บ้าง?

          แน่นอนถ้าหากมีสินค้า คุณสามารถเปิดร้านออนไลน์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้ .. แต่ถ้าคุณไม่มีเงินลงทุนสินค้าเลย เดี๋ยวนี้มันง่ายมากที่คุณจะเสาะแสวงหาแหล่งผลิตในอินเทอร์เนต และรับของมาขาย คุณแค่มีภาพดี ๆ เท่านั้นก็สามารถขายของได้แล้ว หรือหากว่าคุณมีความรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากมาย คุณสามารถแปรเปลี่ยนตัวเองให้เป็น Content แล้วขายความรู้ที่คุณมี อาทิ คอร์สออนไลน์สอนอาหาร สอนศิลปะต่าง ๆ หรือคู่มือการซ่อมแซมบ้านก็ทำได้

 

          ส่วนคนที่มีพื้นฐานด้านศิลปะ  โลกออนไลน์ทุกวันนี้มุ่งไปสู่การสร้างโลกเสมือนจริง (Metaverse) ซึ่งทำให้สินทรัพย์ดิจิทัล (NTF) เป็นสิ่งที่ได้รับความต้องการสูงขึ้น พูดง่าย ๆ คือถ้ามีโลกเสมือนจริง คุณจะสร้างบ้านแบบไหนล่ะ คุณจะใส่ชุดอะไร หรือหน้าตาจะเป็นยังไง คนที่มีพื้นฐานศิลปะจึงสามารถสร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้และทำเงินจากมันได้มหาศาล .. ทุกวันนี้แม้ว่าเรายังไม่มีโลก Metaverse  แต่ผู้ที่สร้างสรรค์มีม ตัวการ์ตูน ชุดสำหรับคาแรคเตอร์เกมส์บนช่องทางออนไลน์ ฯลฯ ก็สามารถกลายเป็นเศรษฐีและทำเงินได้ในพริบตาเดียว

เด็กชายอายุเพียง 12 ขวบทำเงินได้กว่าล้านบาทเมื่อเขาได้สร้างภาพวาดชุด Weird Whales ขึ้นมาในช่วงวันหยุดของโรงเรียน และขายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล

ขยายตลาดและบริการให้แก่ธุรกิจของตัวเอง

          คุณไม่จำเป็นต้องมีสองสามธุรกิจ ที่ต้องลงทุนโฆษณาออนไลน์ หรือเปิดเว็ปไซต์หรือเพจขึ้นมาใหม่ แต่คุณสามารถมองหาบริการที่สามารถต่อยอดจากสินค้าเดิมที่คุณมีและทำเงินได้มากกว่า

 

          ถ้าคุณทำร้านกาแฟ คุณอาจจะทำแซนด์วิชเป็นชุดสำหรับเด็กนักเรียนในหมู่บ้านเพิ่มเติมเพื่อเป็นอาหารเช้าสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในเมืองที่ไม่มีเวลาเตรียมตัวมากนัก ถ้าคุณทำอาหารปิ่นโตส่งตามบ้าน คุณอาจจะคิดเมนูเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น หรือถ้าคุณทำธุรกิจขายต้นไม้ คุณอาจจะมีบริการจัดสวนเล็กๆ เพิ่มเติมให้ด้วย .. บริการที่เพิ่มเติมจากธุรกิจเดิมเหล่านี้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มจำนวนลูกค้าแล้ว ยังสามารถเพิ่มรายได้จากบริการที่มากขึ้นอีกด้วย

ไร้รอยต่อตลาดออนไลน์และออฟไลน์

          ธุรกิจทุกวันนี้จะต้องคำนึงเสมอว่าลูกค้าฉลาดซื้อมากยิ่งขึ้น .. ลูกค้าเคยได้รับการบริการที่ดียอดเยี่ยมจากธุรกิจอื่น ๆ ที่ยืดหยุ่นต่อการบริการ จนทำให้ลูกค้ามองว่า ความสะดวกสบายในการใช้บริการเป็นสิ่งที่ธุรกิจทุกที่ควรจะมี! ความยืดหยุ่นในการสั่งซื้อสินค้าระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ควรนึกถึง อาทิ หากลูกค้าสั่งสินค้าในออนไลน์ แต่อยากไปรับด้วยตนเองก็เปิดโอกาสให้ทำได้ หรือหากลูกค้าอยากให้นำมาส่งที่บ้านก็มีบริการนั้น  การขนส่งก็มีความรวดเร็วที่ยืดหยุ่นทั้งในระดับปกติ และรวดเร็วเป็นพิเศษ หรือหากเป็นร้านค้าเสื้อผ้าออนไลน์ที่ลูกค้าไม่สามารถลองไซส์ได้ ก็อาจจะมีบริการส่งให้ลองไซส์ก็จะยิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น  จากการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าในปี 2020 อ้างอิงจากนิตยสาร Forbes ระบุว่ากว่าร้อยละ 67 ของลูกค้ายินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มเพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และร้อยละ 90 ยินดีเป็นอย่างยิ่งหากเป็นเรื่องการขนส่งที่อำนวยความสะดวกมากกว่าเดิม

แม้จะเป็นธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่มีหน้าร้านกว่า 4,800 สาขาทั่วสหรัฐอเมริกา แต่ Walmart ก็ตัดสินใจที่จะท้าทายจัดการกับธุรกิจของตัวเองด้วยการเปิดช่องทาง E-commerce และให้บริการในรูปแบบเชื่อมต่อออนไลน์และออฟไลน์ จนทำให้ปีที่ผ่านมาหุ้นของ Walmart พุ่งทะยานสวนทางกับเศรษฐกิจ

ธุรกิจแบบ Now or Never

          ไลฟ์สไตล์คนปัจจุบันไม่ชอบการรอ พวกเขาเข้าถึงข้อมูล เข้าถึงการซื้อสินค้าได้ง่ายมากขึ้น และด้วยการขนส่งปัจจุบันที่รวดเร็วมากขึ้น จึงทำให้ลูกค้าเสพติดคำว่า Now (เดี๋ยวนี้) มากขึ้น จากผลสำรวจชี้ชัดว่ากว่าร้อยละ 96.2 ลูกค้าไม่อุดหนุนสินค้านั้นต่อเพราะการบริการที่แย่ ซึ่งนั่นรวมไปถึงการรอสินค้าเป็นเวลานาน

 

          ธุรกิจเล็ก ๆ จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องนี้อย่างยิ่งยวด เพราะลูกค้าปัจจุบันไม่ได้มีความอดทนมากพอที่จะรอสินค้า การบริการ หรือแม้แต่การแก้ปัญหาที่ช้าอีกต่อไป และหากคุณช้ากว่าใคร ลูกค้าก็มีสิทธิที่จะโบกมือลาคุณง่ายกว่าเดิม

 

สร้างความภักดีให้กับแบรนด์ของตัวเอง - ติดต่อลูกค้าแบบใกล้ชิดกว่าเดิม

          เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนจะส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้ารายย่อยมากที่สุด

 

          และนี่คือโจทย์สำคัญที่ทำให้คุณต้องโฟกัสกับลูกค้ารายย่อยมากขึ้นกว่าเดิม สิ่งหนึ่งที่ทำได้คือการสื่อสารและอัพเดทถึงสินค้าและบริการกับลูกค้าอยู่เสมอ .. ในแบบที่ถ้านึกถึงสิ่งนี้ก็นึกถึงคุณทันที โดยอาจใช้วิธีการต่าง ๆ เช่น ให้ลูกค้าสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลดและสิทธิพิเศษ รวมไปถึงเพื่อให้คุณสามารถส่งข่าวสารอัพเดทและติดต่อกับลูกค้าได้เสมอๆ .. ลองคิดถึงบริการที่มีลักษณะเฉพาะบุคคลมากขึ้น เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุดและสร้างความประทับใจจนลูกค้าอยู่กับเราไปอีกนาน

 

          อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ แต่เดิมธุรกิจคิดว่ากระบวนการสั่งซื้อสินค้าและให้บริการที่พึ่งพาระบบอัตโนมัติเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ จนกระทั่งปัจจุบันคุณอาจจะพบว่ากระบวนการอัตโนมัติได้บั่นทอนการสื่อสารระหว่างมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกออกไป ในขณะที่ระบบให้ความสะดวกสบาย แต่มันสร้างช่องว่างระหว่างธุรกิจและลูกค้าขึ้นมา ซึ่งทำให้ลูกค้าตัดสินใจที่จะไปจากแบรนด์ของคุณได้ง่ายกว่าประสบการณ์ที่เคยพูดคุยกับคุณโดยตรง .. เรื่องนี้จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญสำหรับธุรกิจใน 2 ประการ ประการแรกคือจะมีเทคโนโลยีใดที่มาถมช่องว่างนี้ และประการที่สองคือเราจะพบว่าพนักงานที่ดีสำคัญกับธุรกิจเพียงใด และเราควรจะรักษาพนักงานเหล่านั้นอย่างไร? คือโจทย์ที่ต้องทำในข้อถัดไป บัตรสมาชิกออนไลน์เป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากสะดวกต่อการอัพเดทข้อมูลและมีราคาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับการพิมพ์บัตร ยืดหยุ่นกับพนักงาน

          เมื่อต้นปีมีการลาออกครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกา เพราะพนักงานมองหาบริษัทที่ยืดหยุ่นกับการทำงานมากกว่า คนปัจจุบันไม่อยากจะที่จะทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับการทำงาน พวกเขามองหา Work Life Balance ให้กับชีวิตตนเอง  ในขณะเดียวกันการเก็บพนักงานที่ดีไว้ยังคงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับธุรกิจ เพราะหากต้องเสียเวลาสร้างความเข้าใจและสร้างความไว้ใจใหม่คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นธุรกิจยุคใหม่จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนใน พ.ศ.นี้ให้มากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ให้โอกาสพนักงานทำงานผ่านออนไลน์ได้ หรือหากบางตำแหน่งไม่สามารถทำได้ คุณก็สามารถให้โอกาสพนักงานได้เลือกที่จะทำงานที่บ้านสัปดาห์ละสองถึงสามวันเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อผ่อนคลาย หรือแม้แต่การให้เวลาการทำงานที่ยืดหยุ่นขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าคนเดี๋ยวนี้ทำงานไม่ได้แค่งานเดียว บางคนมีงานนอกอีกสองถึงสามงานและสามารถรับผิดชอบงานที่ทำให้คุณได้อย่างดี และที่สำคัญคือหมั่นสื่อสารกับพนักงาน เพื่อให้เข้าถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและสามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเกิดปรากฏการณ์ Great Resignation ขึ้นในอเมริกา คือมีสถิติการลาออกจากงานมากที่สุด ทั้งๆ ที่เป็นช่วงของภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่จากวิกฤตโควิด-19

เตรียมพร้อมกับความไม่แน่นอนอยู่เสมอ

          ไม่มีใครกำหนดอนาคตได้ และวิกฤตโควิด-19 บอกเราได้ดี ทุกคนต่างผ่านประสบการณ์นี้มาด้วยกัน แต่จะทำอย่างไรให้ธุรกิจที่คุณมีสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้และเติบโตได้อย่างยั่งยืน สิ่งหนึ่งคือความพร้อมที่จะรับกับสถานการณ์ไม่แน่นอนอยู่เสมอ ทั้งเงินทุนสำรอง การบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น สำรวจเรื่องต้นทุนและหาวิธีการลดต้นทุนโดยไม่กระทบสินค้าและบริการ

 

          เพราะธุรกิจต้องมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะปรับตัวกับสภาพเศรษฐกิจที่เรายังไม่รู้ชะตากรรมได้

 

--------------------

ที่มา :