เนชั่นทีวี

ข่าว

สรุปวิกฤตเอเชียนเกมส์ 2026 เกิดอะไรขึ้นกับ "โอโมเตะนาชิ" ที่พังทลาย?

05 ต.ค. 2569 | apirak_pra

สรุปวิกฤตเอเชียนเกมส์ 2026 เกิดอะไรขึ้นกับ "โอโมเตะนาชิ" ที่พังทลาย?

เจาะลึกวิกฤตเอเชียนเกมส์ 2026 ไอจิ-นาโกยา ที่ถูกขนานนามว่าย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ สรุปสาเหตุระบบบริหารจัดการญี่ปุ่นพังทลาย ด้วยนโยบายประหยัดทำพิษ

เจาะลึกวิกฤตเอเชียนเกมส์ 2026 ไอจิ-นาโกยา ที่ถูกขนานนามว่าย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ สรุปสาเหตุระบบบริหารจัดการญี่ปุ่นพังทลาย ด้วยนโยบายประหยัดทำพิษ

KEY

POINTS

  • เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ไอจิ-นาโกยา เผชิญวิกฤตด้านการจัดการที่ล้มเหลวรอบด้าน ทั้งที่พักนักกีฬา ระบบขนส่ง และพิธีการต่างๆ ทำลายชื่อเสียงด้าน "โอโมเตะนาชิ" ของญี่ปุ่น
  • ปัญหาหลักเกิดจากการยกเลิกหมู่บ้านนักกีฬาเพื่อประหยัดงบประมาณ ทำให้ที่พักไม่เพียงพอ, ระบบขนส่งวุ่นวายจนส่งนักกีฬาผิดสนาม และความผิดพลาดในพิธีการ เช่น การเปิดเพลงชาติผิดประเทศ
  • สาเหตุของความล้มเหลวมาจาก 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การขาดผู้จัดงานที่มีประสบการณ์ (Dentsu), นโยบายรัดเข็มขัดสุดขั้ว, การพึ่งพาผู้รับเหมาต่างชาติราคาถูก และวัฒนธรรมการทำงานที่ขาดความยืดหยุ่น
  • วิกฤตครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของนานาชาติ โดยถูกคณะกรรมการโอลิมปิกเกาหลีใต้ประเมินให้อยู่ในเกรด "F" และอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสของญี่ปุ่นในการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาระดับโลกในอนาคต

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ญี่ปุ่นคือสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบ ความพิถีพิถัน และจิตวิญญาณ "โอโมเตะนาชิ" (Omotenashi) ในฐานะเจ้าภาพจัดงานมหกรรมระดับโลก ทว่า ในศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 "ไอจิ-นาโกยา 2026" ภาพจำเหล่านั้นกลับถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อโลกต้องตกตะลึงกับข่าวสารความวุ่นวาย ความบกพร่อง และระบบการจัดการที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า จนบรรดาสื่อมวลชน คณะกรรมการโอลิมปิกจากหลายชาติ และผู้เชี่ยวชาญต่างประเมินให้เป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดครั้งหนึ่ง

 

สารพันปัญหา: เมื่อระบบถล่มทลายทุกมิติ

 

ชนวนเหตุของความสับสนวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่นโยบายประหยัดงบประมาณเพื่อรับมือภาวะเงินเฟ้อ ด้วยการยกเลิก "หมู่บ้านนักกีฬาแบบถาวร" และเปลี่ยนมาใช้นโยบายใช้เรือสำราญ Costa Serena เป็นโรงแรมลอยน้ำ ร่วมกับการสร้างอาคารตู้คอนเทนเนอร์ชั่วคราว และกระจายจองโรงแรมพาณิชย์ ทว่าปัญหากลับบานปลายเมื่อจำนวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่พุ่งสูงถึง 17,000 คน เกินกว่าขีดความสามารถที่คาดการณ์ไว้เพียง 15,000 คน ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนห้องพักอย่างรุนแรง

 

นักกีฬาหลายชาติ ต้องเผชิญกับภาวะย้ายที่พักวันต่อวัน ไม่ต่างจากเกม "เก้าอี้ดนตรี" ขณะที่สภาพอาคารคอนเทนเนอร์มีปัญหาน้ำรั่ว แอร์เสีย และเตียงนอนสั้นเกินไป ซ้ำร้าย ระบบขนส่งพังทลาย คนขับรถบัสขาดความชำนาญ ขับรถพานักกีฬาไปผิดสนาม จนทีมฟุตบอลเกาหลีใต้ถูกส่งไปสนามเบสบอล และทีมบาสเกตบอลต้องยกเลิกการซ้อม

ในมิติพิธีการทางการทูต ความผิดพลาดพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เมื่อฝ่ายจัดงานเปิดเพลงชาติ "เกาหลีเหนือ" ให้กับทีมฮอกกี้ชายเกาหลีใต้ จนนำไปสู่การยื่นหนังสือประท้วงทางการทูต นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาแรงดันไฟฟ้าเกินสนามวอลเลย์บอลจนหลอดไฟระเบิดชำรุดไปถึง 156 ดวง และในวันพิธีปิด การถ่ายทอดสดบนช่องฟรีทีวีถูกยกเลิก บังคับให้รับชมผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแบบเสียเงิน U-NEXT

 

ปฏิกิริยาและเสียงสะท้อน: ความอับอายและเกรด "F" จากนานาชาติ

 

ความบกพร่องสะสมนี้นำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง Ryu Seung-min ประธานคณะกรรมการกีฬาและโอลิมปิกแห่งเกาหลีใต้ (KSOC) ได้ออกมาประเมินการจัดงานครั้งนี้ด้วยเกรด "F"

 

ในฝั่งสังคมออนไลน์ของไทย แฟนกีฬาต่างตั้งคำถามเช่นกัน โดยมีการเปรียบเทียบมาตรฐานว่าตกต่ำกว่าเอเชียนเกมส์ 2022 ที่หางโจว หรือเอเชียนเกมส์ 1998 ที่กรุงเทพฯ อย่างเห็นได้ชัด ขณะที่โลกออนไลน์ของญี่ปุ่นเต็มไปด้วยคำว่า "อับอาย" (Hazukashii)

ถอดรหัสรากเหง้าปัญหา: 4 ปัจจัยสำคัญทำระบบพังทลาย

 

จากการรวบรวมข้อมูล สามารถสรุป 4 สาเหตุสำคัญ ที่ทำให้มาตรฐานการจัดงานของญี่ปุ่นพังทลายในเอเชียนเกมส์ 2026 ได้ดังนี้

  1. สุญญากาศทางความรู้จากการขาดหายไปของ Dentsu: ญี่ปุ่นพึ่งพา Dentsu ในการผูกขาดจัดงานเมกะโปรเจกต์มาโดยตลอด เมื่อ Dentsu ถูกตัดสิทธิ์จากคดีทุจริตฮั้วประมูลในโอลิมปิกโตเกียว 2020 คณะกรรมการจัดงานท้องถิ่น (AINAGOC) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ จึงตกอยู่ในภาวะขาดความเชี่ยวชาญ

  2. การพึ่งพาผู้รับเหมาต่างชาติและการฟันราคาต่ำสุด: ฝ่ายจัดงานว่าจ้าง GL Events บริษัทจากฝรั่งเศสเข้ามาดูแลสนามด้วยสัญญาที่เสนอราคาถูกกว่า ทว่าบริษัทกลับขาดความเข้าใจในระบบเครือข่ายผู้รับเหมาท้องถิ่น ขาดการประสานงานที่ดี

  3. นโยบายรัดเข็มขัดแบบสุดขั้ว: ผลกระทบจากโตเกียวโอลิมปิก 2020 ทำให้ฝ่ายจัดงานตั้งเป้าตัดลดงบประมาณถึง 1 แสนล้านเยน นโยบายประหยัดอย่างไร้ความยืดหยุ่นนำไปสู่การยกเลิกหมู่บ้านนักกีฬา และระบบรองรับที่ตึงตัวจนพังทลาย

  4. วัฒนธรรมการทำงานแบบแข็งกร้าว: วัฒนธรรมองค์กรและระบบราชการของญี่ปุ่นที่ยึดติดกับเอกสารและคู่มืออย่างเคร่งครัด ทำให้เจ้าหน้าที่หน้างานไม่มีอำนาจในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

 

บทเรียนราคาแพงและอนาคตมหกรรมกีฬาของญี่ปุ่น

 

วิกฤต ไอจิ-นาโกยา 2026 ได้กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนานาชาติอย่างหนัก แสดงให้เห็นว่าโมเดลการบริหารจัดการที่เคยผูกขาดไว้กับเอกชนรายเดียวไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป ผลกระทบครั้งนี้จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามของญี่ปุ่นในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาระดับโลกอื่นๆ ในอนาคต และเป็นสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ว่า ถึงเวลาแล้วที่ระบบการบริหารจัดการของญี่ปุ่นจะต้องได้รับการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง

ข่าวล่าสุด