เนชั่นทีวี

ข่าว

วิเคราะห์ UCL: กุนซือใหม่ลุ้นแจ้งเกิด ชี้ความเก๋าปัจจัยตัดสินแชมป์

08 ก.ย. 2569 | apirak_pra

วิเคราะห์ UCL: กุนซือใหม่ลุ้นแจ้งเกิด ชี้ความเก๋าปัจจัยตัดสินแชมป์

ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2026-27 เปิดฉาก! บทวิเคราะห์ชี้กุนซือป้ายแดงมีสถิติพาพาทีมคว้าแชมป์ปีแรกได้บ่อยครั้ง ขณะที่มูรินโญ่คัมแบ็กคุมเรอัล มาดริด นำทัพจอมเก๋าลุยศึกน็อกเอาต์

ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2026-27 เปิดฉาก! บทวิเคราะห์ชี้กุนซือป้ายแดงมีสถิติพาพาทีมคว้าแชมป์ปีแรกได้บ่อยครั้ง ขณะที่มูรินโญ่คัมแบ็กคุมเรอัล มาดริด นำทัพจอมเก๋าลุยศึกน็อกเอาต์

KEY

POINTS

  • ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลนี้มีกุนซือใหม่จำนวนมาก ทำให้เกิดประเด็นถกเถียงว่าระหว่าง "ความสดใหม่" กับ "ประสบการณ์" ของผู้จัดการทีม ปัจจัยใดจะนำไปสู่การคว้าแชมป์
  • สถิติในอดีตชี้ให้เห็นว่ากุนซือที่เพิ่งเข้ามาคุมทีมปีแรกสามารถพาสโมสรคว้าแชมป์ยุโรปได้สำเร็จมาแล้วหลายครั้ง
  • อย่างไรก็ตาม บ่อนพนันถูกกฎหมายยังคงยกให้ทีมที่มีผู้จัดการทีมมากประสบการณ์และคุมทีมมาอย่างยาวนานเป็นกลุ่มเต็งแชมป์
  • บทวิเคราะห์สรุปว่าเมื่อการแข่งขันเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ที่มีความกดดันสูง "ความเก๋า" และแท็กติกของผู้จัดการทีมจะเป็นปัจจัยตัดสินที่สำคัญที่สุด

ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2026-27 เปิดฉากฟาดแข้งอย่างเป็นทางการในคืนวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 พร้อมบทวิเคราะห์สุดน่าสนใจถึงด่านทดสอบสำคัญของสโมสรชั้นนำ โดยการแข่งขันรอบลีกเฟสปีนี้เต็มไปด้วยมิติอันน่าตื่นเต้น เมื่อจากทั้งหมด 36 สโมสร มีถึง 14 ทีมที่นำทัพโดยกุนซือซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งไม่ถึงหนึ่งปี เกิดเป็นข้อถกเถียงว่า "ความสดใหม่ของกุนซือหน้าใหม่" หรือ "ชั่วโมงบินของกุนซือเก๋า" แบบไหนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการชูถ้วยบิ๊กเอียร์ในปีนี้

 

บทวิเคราะห์จากสำนักข่าวเดอะ การ์เดียน (The Guardian) ชี้ว่า ประวัติศาสตร์การแข่งขันแชมเปียนส์ลีกแสดงให้เห็นชัดเจนว่าการเป็นกุนซือหน้าใหม่คุมทีมปีแรกไม่ใช่ปัญหาในการคว้าแชมป์ ตัวอย่างเช่น เชลซี ที่คว้าแชมป์ยุโรปได้ทั้งสองสมัยในยุคของกุนซือที่เพิ่งเข้ามารับงานในปีนั้น เช่นเดียวกับ คาร์โล อันเชล็อตติ ที่พาราชันชุดขาวเป็นแชมป์ตั้งแต่ปีแรกในการคุมทีมทั้งสองรอบ ซีเนดีน ซีดาน ที่เหมาแชมป์ 3 ปีซ้อนจากการคุมทีมครั้งแรก รวมถึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, หลุยส์ เอ็นริเก้ และ ฮันซี่ ฟลิก ที่ต่างพาสโมสรเถลิงแชมป์ได้ทันทีในฤดูกาลแรก

อย่างไรก็ตาม ร้านพูลและบริษัทรับพนันถูกกฎหมายยังคงยกให้ทีมที่มีกุนซือขุมกำลังเก๋าคุมทัพมายาวนานเป็นกลุ่มเต็งแชมป์ โดย ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์เก่า 2 สมัยซ้อน ถูกยกเป็นเต็งหนึ่งในการคว้าแชมป์ ภายใต้การนำของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ที่เข้าสู่การคุมทีมเป็นฤดูกาลที่ 4 ตามมาด้วย บาร์เซโลน่า, อาร์เซน่อล และ บาเยิร์น มิวนิค

 

ขณะที่กลุ่มกุนซือป้ายแดงในซีซั่นนี้ แม้บางคนจะเพิ่งเปลี่ยนสโมสร แต่ไม่ได้แปลว่าไร้ประสบการณ์ ไฮไลต์สำคัญตกเป็นของ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือคนใหม่ของ เรอัล มาดริด ที่ผ่านการคุมทีมในรายการนี้มาแล้วถึง 160 นัด มากที่สุดเป็นอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์ ซึ่งตัวเลขคุมทีมของมูรินโญ่คนเดียว ยังมากกว่าจำนวนนัดใน UCL ของกุนซือคู่แข่ง 8 ทีมที่เขาต้องเจอในรอบลีกรวมกันด้วยซ้ำ สวนทางกับนายใหญ่ของทีมยักษ์ใหญ่อย่าง แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ที่กุนซือคนใหม่มีสถิติคุมทีมในรายการนี้น้อยมากหรือยังไม่เคยคุมเลย
 

สำหรับเป้าหมายด่านแรกของกุนซือทุกคนในระบบลีกเฟสแบบใหม่ คือการทำแต้มให้ถึงเกณฑ์ 16 คะแนน ซึ่งการันตีการติดอันดับท็อปเพื่อคว้าตั๋วผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยอัตโนมัติ โดยสื่อต่างชาติมองว่าเมื่อผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ที่ความกดดันสูงขึ้นเรื่อยๆ แท็กติกและ "ความเก๋าพรรษา" ของผู้จัดการทีมจะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการพาเขี่ยคู่แข่งพ้นทาง
 

ข่าวล่าสุด