เนชั่นทีวี

ข่าว

นัดหยุดโลก! สเปน กำแพงเหล็กท้าชน อาร์เจนตินา ราชาเกมรุก

19 ก.ค. 2569 | apirak_pra

นัดหยุดโลก! สเปน กำแพงเหล็กท้าชน อาร์เจนตินา ราชาเกมรุก

วิเคราะห์เจาะลึกฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศศึกแชมป์ชนแชมป์ "กระทิงดุ" สเปน ลุ้นทุบสถิติโลกไร้พ่ายปะทะ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา ที่หวังสร้างประวัติศาสตร์ป้องกันแชมป์

วิเคราะห์เจาะลึกฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศศึกแชมป์ชนแชมป์ "กระทิงดุ" สเปน ลุ้นทุบสถิติโลกไร้พ่ายปะทะ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา ที่หวังสร้างประวัติศาสตร์ป้องกันแชมป์

KEY

POINTS

  • การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่างสเปนที่มีเกมรับแข็งแกร่งที่สุด กับอาร์เจนตินาที่มีเกมรุกดุดันที่สุด
  • สเปนสร้างสถิติเกมรับที่ยอดเยี่ยมด้วยการเก็บคลีนชีต 6 นัดในทัวร์นาเมนต์ และมีลุ้นทำสถิติโลกใหม่ไร้พ่าย 38 นัดติดต่อกัน
  • อาร์เจนตินาทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดของทีมในฟุตบอลโลกด้วยจำนวน 19 ประตู โดยมีลิโอเนล เมสซี่ เป็นกำลังสำคัญในแนวรุก

มหากาพย์ลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเดินทางมาถึงบทสรุปในวันอาทิตย์นี้ ณ สังเวียน เมทไลฟ์ สเตเดียม รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เวลา 20.00 น. ตามเวลาอังกฤษ (หรือเวลา 02.00 น. ของเช้าวันจันทร์ตามเวลาประเทศไทย) นี่คือการเผชิญหน้ากันในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกชายครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เป็นการพบกันระหว่างสองแชมป์ทวีปปัจจุบัน "กระทิงดุ" ทีมชาติสเปน แชมป์ยูโร 2024 และ "ฟ้าขาว" ทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์โกปา อเมริกา 2024 โดยเกมนี้นิยามสั้นๆ ได้ว่าคือการปะทะกันระหว่าง "กำแพงรับที่เหนียวแน่นที่สุด" และ "แนวรุกที่ดุดันระเบิดตาข่ายมากที่สุด"

 

สเปนลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ใหม่! นำทัพโดย "ยามาล" พร้อมกำแพงรับไร้พ่าย 37 นัด

ทัพ "ลา โรฆา" ภายใต้การกุมบังเหียนของ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ ก้าวขึ้นมาเป็นเต็งหนึ่งตามราคาหน้าเสื่ออย่างเต็มภาคภูมิ หลังจากโชว์ฟอร์มสมราคาคุยในรอบรองชนะเลิศด้วยการไล่บดชนะ "ตราไก่" ทีมชาติฝรั่งเศส ไปได้อย่างราบคาบ 2-0 โดยเกมนั้นสเปนสามารถจำกัดเกมรุกของฝรั่งเศสจนทำค่าคาดหวังประตู (Expected Goals) ได้เพียง 0.31 เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขเฉลี่ยที่แนวรับสเปนทำได้มาโดยตลอดนับตั้งแต่เริ่มทัวร์นาเมนต์ในทวีปอเมริกาเหนือ

แม้ว่าสปอตไลต์ของสื่อจะจับจ้องไปที่ความมหัศจรรย์ของ ลามีน ยามาล ปีกดาวโรจน์วัยทีนเอจ แต่แท้จริงแล้วหัวใจสำคัญของสเปนในฟุตบอลโลกหนนี้คือ "เกมรับระดับมาสเตอร์พีซ" พวกเขาทำสถิติเก็บคลีนชีตไปแล้วถึง 6 นัด ซึ่งเป็นสถิติสูงที่สุดต่อหนึ่งทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก และที่สำคัญไปกว่านั้น หากพวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ในเกมนัดชิงชนะเลิศนี้ได้ สเปนจะยืดสถิติไร้พ่ายรวมทุกรายการยาวนานเป็นนัดที่ 38 ติดต่อกัน นับตั้งแต่แพ้โคลอมเบียเมื่อมีนาคม 2024 ทำลายสถิติโลกเดิมของทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์ยูโร 2020 ลงทันที

ความพร้อมของทีมมีเรื่องให้แฟนบอลได้ลุ้นเสียวเล็กน้อย เมื่อ ลามีน ยามาล ถูกจับภาพได้ว่ามีผ้าพันแผลที่ต้นขาซ้ายระหว่างเดินออกจากสนามซ้อม ขณะที่ เปโดร ปอร์โร่ แบ็กขวาผู้ทำประตูในรอบรองฯ มีอาการล้าทางกล้ามเนื้อจนต้องแยกซ้อม อย่างไรก็ตาม ทีมแพทย์ยืนยันว่าเป็นการเซฟร่างกายเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น และทั้งคู่พร้อมลงสนามเป็น 11 ตัวจริงอย่างแน่นอน โดยแดนกลางจะยังคงใช้งานคู่หูที่ลงตัวอย่าง โรดรี้ กัปตันทีม และ ฟาเบียน รุยซ์ บัญชาการเกมตามเดิม

 

อาร์เจนตินาไลล่าความอมตะ! "เมสซี่" นำทัพล่าตาข่ายทุบสถิติยิงเยอะสุด

ทางฝั่งทัพ "ลา อัลบิเซเลสเต" ของกุนซือ ลิโอเนล สกาโลนี่ กำลังเดินหน้าล่าความอมตะเพื่อจารึกชื่อในฐานะหนึ่งในทีมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล หากพวกเขาสามารถป้องกันแชมป์โลกได้สำเร็จ จะถือเป็นชาติที่ 3 ในประวัติศาสตร์ต่อจากอิตาลี (ปี 1938) และบราซิล (ปี 1962) ที่ทำได้ และจะเป็นการคว้าแชมป์เมเจอร์รายการใหญ่ติดต่อกันถึง 4 ทัวร์นาเมนต์ (โกปา อเมริกา 2021, ฟุตบอลโลก 2022, โกปา อเมริกา 2024 และ ฟุตบอลโลก 2026)

เส้นทางของอาร์เจนตินาในฟุตบอลโลกหนนี้เดินตามคอนเซปต์ "เกมรับช่างมัน เกมรุกต้องยิงให้มากกว่าคู่แข่ง" พวกเขาเสียประตูมา 5 นัดติดต่อกัน รวมถึงการโดนอังกฤษยิงนำไปก่อนในรอบรองชนะเลิศ ทว่าด้วยความอัจฉริยะของ ลีโอเนล เมสซี่ ร่วมกับแท็กติกที่ผิดพลาดของ โทมัส ทูเคิล กุนซืออังกฤษ ทำให้อาร์เจนตินารัวแซง 2 ประตูรวดจาก เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ และ เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ทะลุเข้าชิงชนะเลิศหนที่ 7 ได้สำเร็จ พร้อมยอดรวมประตูในทัวร์นาเมนต์นี้สูงถึง 19 ประตู ทำลายสถิติเดิมของทีมชุดปี 1930 ที่ทำไว้ 18 ประตูลงเรียบร้อยแล้ว

สภาพความพร้อมของแชมป์เก่าถือว่าสมบูรณ์ขีดสุด นักเตะทั้ง 26 คนฟิตเต็มถัง ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือติดโทษแบน คาดว่าสกาโลนี่จะปรับทัพในกราบขวาโดยส่ง กอนซาโล่ มอนเตียล ลงมาแทน นาอวล โมลิน่า ที่โดนความเร็วของแข้งอังกฤษเล่นงาน แดนกลางจะได้ โรดริโก้ เด ปอล กลับมาสตาร์ทเป็นตัวจริงร่วมกับ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ และ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ส่วนแดนหน้า ลีโอเนล เมสซี่ ที่กำลังล่ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมและดาวซัลโวจะจับคู่กับ ฮูเลียน อัลวาเรซ โดยมี เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ เป็นซูเปอร์ซับทีเด็ดอยู่บนม้านั่งสำรอง

 

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

  • สเปน (4-2-3-1) : 23 อูไน ซิม่อน - 12 เปโดร ปอร์โร่, 22 เปา กูบาร์ซี่, 14 เอเมอริก ลาป๊อร์กต์, 24 มาร์ก กูกูเรย่า - 16 โรดรี้ (กัปตันทีม), 8 ฟาเบียน รุยซ์ - 19 ลามีน ยามาล, 10 ดานี่ โอลโม่, 15 อเล็กซ์ บาเอน่า - 21 มิเกล โอยาร์ซาบาล

  • อาร์เจนตินา (4-4-2) : 23 เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ - 4 กอนซาโล่ มอนเตียล, 13 คริสเตียน โรเมโร่, 6 ลิซานโดร มาร์ตีเนซ, 3 นิโกลัส ตายาฟิโก้ - 7 โรดริโก้ เด ปอล, 5 เลอันโดร ปาเรเดส, 24 เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, 20 อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ - 10 ลีโอเนล เมสซี่ (กัปตันทีม), 9 ฮูเลียน อัลวาเรซ 

ข่าวล่าสุด