จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตศรัทธาและการตรวจสอบครั้งใหญ่ เมื่อ "แฟร์สแควร์" (FairSquare) องค์กรพันธมิตรด้านสิทธิมนุษยชนระดับสากล ได้ประกาศแผนการเตรียมยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) เพื่อให้เปิดฉากสอบสวนวินัยต่ออินฟานติโน ในฐานะที่เจ้าตัวดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของ IOC มาตั้งแต่ปี 2020 โดยระบุข้อหาว่าอินฟานติโนละเมิด "กฎความเป็นกลางทางการเมือง" อย่างร้ายแรงและซ้ำซาก จากพฤติกรรมการแสดงออกออกนอกหน้าเพื่อสนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
แฉปม "รางวัลสันติภาพฟีฟ่า" แฟร์สแควร์กังขาประธานใช้อำนาจบาตรใหญ่เอื้อทรัมป์
ชนวนดราม่าทางการเมืองและกีฬาครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากคำร้องเรียนเดิมที่แฟร์สแควร์เคยยื่นต่อคณะกรรมการจริยธรรมของฟีฟ่าไปแล้ว โดยคำร้องระบุชัดเจนว่า อินฟานติโนละเมิดมาตรา 15 ของประมวลจริยธรรมฟีฟ่าว่าด้วยหน้าที่ในการรักษาความเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด ซึ่งผู้ใดที่ละเมิดกฎนี้จะต้องระวางโทษปรับขั้นต่ำ 10,000 ฟรังก์สวิส และอาจถูกสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมฟุตบอลยาวนานถึง 2 ปี
องค์กรสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเชิงลึกว่า การริเริ่มตั้งรางวัลใหม่อย่าง "รางวัลสันติภาพฟีฟ่า" (FIFA Peace Prize) และการตัดสินใจมอบรางวัลนี้ให้แก่ประธานาธิบดีทรัมป์ ระหว่างพิธีจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลก 2026 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นั้น ผ่านความเห็นชอบจากสภาฟีฟ่า (FIFA Council) ตามระเบียบขั้นตอนอย่างถูกต้อง หรือเป็นเพียงการใช้อำนาจตามอำเภอใจแต่เพียงผู้เดียวของอินฟานติโนเพื่อเอาใจผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งหากพบว่าเป็นการกระทำโดยพลการและไร้อำนาจรองรับทางกฎหมาย จะถือเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบอย่างร้ายแรงขั้นสูงสุด