วิเคราะห์กลุ่มบี "ฟุตบอลโลก2026" เจ้าภาพแคนาดาดวลเดือดสวิส
02 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

เจาะลึกบทวิเคราะห์ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มบี กลุ่มไร้ยักษ์ใหญ่แต่พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ เจ้าภาพแคนาดาบดสวิตเซอร์แลนด์-บอสเนียฯ แย่งตั๋วเข้ารอบ
ข่าว
02 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

เจาะลึกบทวิเคราะห์ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มบี กลุ่มไร้ยักษ์ใหญ่แต่พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ เจ้าภาพแคนาดาบดสวิตเซอร์แลนด์-บอสเนียฯ แย่งตั๋วเข้ารอบ
ฟุตบอลโลก 2026 วิเคราะห์เจาะลึกสถานการณ์พรีวิวของ "กลุ่มบี" ซึ่งประกอบไปด้วย แคนาดา (หนึ่งในสามชาติเจ้าภาพร่วม), สวิตเซอร์แลนด์, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา และ กาตาร์ (เจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2022) โดยนักวิเคราะห์ชี้ชัดว่า กลุ่มนี้เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ถูกมองข้ามจากแฟนบอลทั่วไปเนื่องจากไม่มีทีมระดับ "ยักษ์ใหญ่ถาวร" มาร่วมกลุ่ม ทว่านี่คือกลุ่มแห่งประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง เพราะมีถึง 3 จาก 4 ทีมในกลุ่มนี้ที่ "ไม่เคย" ผ่านทะลุข้ามไปเล่นในรอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลกได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์
ทัพ "เมเปิลลีฟส์" ทีมชาติแคนาดา ภายใต้การนำทัพของกุนซือ เจสซี มาร์ช ถูกจับตามองว่ามีโอกาสสูงที่จะสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้เป็นครั้งแรก โดยมาร์ชเปิดเผยว่า ขุมกำลังชุดลุยศึกปี 2026 นี้ ถือเป็นชุดนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่ประเทศแคนาดาเคยผลิตขึ้นมา โดยมีผู้เล่นถึง 18 จาก 26 คนค้าแข้งอยู่ในสโมสรชั้นนำของยุโรป
หัวใจสำคัญของแคนาดายังคงอยู่ที่ อัลฟอนโซ เดวีส์ ฟูลแบ็กความเร็วสูงจากบาเยิร์น มิวนิก ที่สลัดอาการบาดเจ็บพร้อมลงสนามเป็นตัวทีเด็ด ผนึกกำลังร่วมกับ โจนาธาน เดวิด กองหน้าตัวเก่งจากยูเวนตุส, ไทจอน บูแชนัน จากบียาร์เรอัล และ ไซล์ ลาริน ศูนย์หน้าจากเซาแธมป์ตัน ยิ่งไปกว่านั้น แคนาดาจะได้เปรียบเรื่องสภาพแวดล้อมอย่างมหาศาล โดยเกมนัดเปิดสนามจะเล่นที่เมืองโตรอนโต ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลในบ้าน ก่อนจะย้ายไปเล่นอีกสองนัดที่เหลือในเมืองแวนคูเวอร์
ทัพ "นาฬิกา" ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ อดีตเจ้าภาพปี 1954 ถูกยกให้เป็นทีมเต็งหนึ่งที่มีโครงสร้างทีมสมบูรณ์และแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มบีชุดนี้อย่างไม่ต้องสงสัย โดยพวกเขามีประสบการณ์ในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์และมาตรฐานฟุตบอลที่เหนือกว่าเพื่อนร่วมกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม สถิติที่น่าสนใจคือ สวิตเซอร์แลนด์เคยมีโอกาสลงสนามดวลแข้งกับเพื่อนร่วมกลุ่มบีอีก 3 ทีมเพียงแค่ "ทีมละ 1 ครั้ง" เท่านั้นในหน้าประวัติศาสตร์ ทำให้แทกติกของกุนซือแดนสวิสจำเป็นต้องเน้นความรัดกุมเป็นหลัก แต่ด้วยขุมกำลังสไตล์ยุโรปที่สมดุล ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างฟันธงตรงกันว่า สวิตเซอร์แลนด์จะคว้าตั๋วผ่านเข้ารอบต่อไปในฐานะแชมป์กลุ่มได้อย่างไม่ยากเย็น
ทัพ "มังกรน้ำเงิน" บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา สามารถสร้างเซอร์ไพรส์ใหญ่หักปากกาเซียนทั่วโลกด้วยการตีตั๋วกลับมาลุยฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี (นับตั้งแต่ปี 2014) หลังทำผลงานในรอบเพลย์ออฟโซนยุโรปได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการดวลจุดโทษชนะเวลส์ และล้มทีมมหาอำนาจแชมป์โลก 4 สมัยอย่างทีมชาติอิตาลีลงได้สำเร็จ
บอสเนียฯ ชุดนี้อยู่ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์เก บาร์บาเรซ อดีตกัปตันทีมชาติระดับตำนานที่เข้ามารับตำแหน่งในปี 2024 โดยบาร์บาเรซได้เข้ามาปลูกฝังวัฒนธรรมความเชื่อมั่นและการเล่นระบบทีมเวิร์กที่เหนียวแน่น ใช้รูปแบบแทกติก 4-4-2 สไตล์คลาสสิก เน้นการสาดบอลยาวและโจมตีด้วยลูกกลางอากาศจากกองหน้าที่มีรูปร่างสูงใหญ่และแข็งแกร่ง ซึ่งพร้อมจะสร้างปัญหาให้แก่เกมรับของคู่แข่งทุกทีม
ทัพ ทีมชาติกาตาร์ อดีตเจ้าภาพฟุตบอลโลกหนที่แล้วในปี 2022 ลงเล่นทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยความหวังที่จะลบฝันร้ายจากการเป็นหนึ่งในเจ้าภาพที่ทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยในรอบคัดเลือกที่ผ่านมาพวกเขายังคงมีปัญหาใหญ่ในเกมรับ หลังเสียประตูไปถึง 24 ลูกจากการลงสนาม 10 นัด จนต้องร่วงไปเล่นรอบเพลย์ออฟก่อนจะเฉือนชนะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มาได้ 2-1
คีย์แมนสำคัญของกาตาร์ยังคงพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวของ อัคราม อาฟิฟ ตัวรุกอัจฉริยะที่เป็นผู้เหมาทำ 2 แอสซิสต์ในเกมนัดสำคัญ แต่นักวิเคราะห์มองว่าจุดอ่อนสำคัญของกาตาร์คืออาฟิฟมักจะขาดเพื่อนร่วมทีมเข้ามาสนับสนุนในเกมรุก ทำให้น่าจะเป็นงานที่ยากลำบากของกาตาร์ในการลุ้นพื้นที่เข้ารอบ
นัดแรก (แข่งขันเช้ามืดวันเสาร์ที่ 13 และอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน)
นัดที่สอง (แข่งขันเช้ามืดวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน)
นัดที่สาม (แข่งขันคืนวันพุธที่ 24 มิถุนายน) ลงสนามพร้อมกัน
ข่าวล่าสุด