เจาะลึกเกมภาคสนาม: "มาเตต้า" ซ้ำดาบสองปลดล็อก-"เยเรมี่ ปิโน" ยิงชนสองเสาช็อกตาค้าง
รูปเกมการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรกดำเนินไปอย่างอึดอัดและระมัดระวังตัว โดยทั้งสองทีมไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบเลยแม้แต่หนเดียว โอกาสลุ้นเสียวที่สุดเป็นของ อเลเมา กองหน้าบาเยกาโน่ที่ตวัดวอลเลย์หลุดกรอบ และ ไทริค มิตเชลล์ ที่พุ่งโหม่งพลาดเป้าให้พาเลซในช่วงท้ายครึ่งแรก
ทว่าเกมเปลี่ยนแปรทันทีในครึ่งหลัง นาทีที่ 51 อดัม วอร์ตัน มิดฟิลด์ที่สลัดอาการบาดเจ็บข้อเท้ากลับมาคุมจังหวะเกมได้สำเร็จ ได้ตั้งป้อมตะบันไกลจากแถวสอง พลังบอลพุ่งแรงจน เอากุสโต้ บาตาย่า นายทวารบาเยกาโน่รับกระฉอกออกมาเข้าทางปืนของ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า วิ่งสอดเข้ามาซ้ำดาบสองจ่อๆ ตุงตาข่าย ส่งให้พาเลซออกนำ 1-0 ซึ่งมาเตต้าเกือบย้ายออกจากทีมอยู่แล้วเมื่อช่วงเดือนมกราคมแต่ดีลเกิดล่มในนาทีสุดท้าย
"ผมรู้สึกมหัศจรรย์มาก! แชมป์ยุโรปครั้งแรกของสโมสร เราทำได้แล้ว! ตอนนี้ผมแค่ต้องการเฉลิมฉลองและไปปาร์ตี้ มันเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อมาก พวกเราใส่ระดับความเข้มข้น (Intensity) ลงไปหมดหน้าตัก ตอนนี้ผมเหนื่อยมากเพราะผมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างลงไปในสนามแล้วเพื่อแฟนบอลของเรา" มาเตต้า เปิดใจกับ TNT Sports ด้วยคราบน้ำตาแห่งความสุข
หลังจากได้ประตูนำ พาเลซหวิดได้ประตูตอกฝาโลงทลายเกมรับสเปน จากลูกฟรีคิกสุดสวยของ เยเรมี่ ปิโน ที่ปั่นโค้งหนีมือผู้รักษาประตูไปชนโคนเสาแรก บอลเด้งไหลขนานเส้นประตูไปชนโคนเสาที่สองด้านในก่อนจะกระดอนออกหลังไปอย่างปาฏิหาริย์ สิ้นเสียงนกหวีดยาว คริสตัล พาเลซ ประกาศชัยชนะ 1-0 ผงาดคว้าแชมป์เป็นทีมอังกฤษรายที่ 3 ในรอบ 5 ปีต่อจาก เวสต์แฮม (2023) และ เชลซี (2025) ทิ้งให้เหล่านักเตะและแฟนบอลราโย บาเยกาโน่ ต้องหลั่งน้ำตาด้วยความเสียดายหลังพลาดแชมป์เมเจอร์แรกในประวัติศาสตร์ 101 ปีของสโมสร
ตำรวจเยอรมันรวบแฟนบอลฮาร์ดคอร์ก่อเหตุจลาจลก่อนเกม
นอกจากประเด็นความสำเร็จในสนาม ยังมีรายงานด้านความปลอดภัย โดยสำนักงานตำรวจเยอรมนีประจำเมืองไลป์ซิกเปิดเผยว่า เกิดเหตุปะทะและจลาจลย่อยๆ ระหว่างกลุ่มแฟนบอลฮาร์ดคอร์ของคริสตัล พาเลซ และราโย บาเยกาโน่ บริเวณรอบนอกสนามแข่งขันก่อนเริ่มเขี่ยลูก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย และมีการควบคุมตัวแฟนบอลผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดีทันที 2 ราย ทว่าควบคุมสถานการณ์ได้รวดเร็วจนไม่ลุกลามเข้าไปในสเปซอารีน่า