"บิ๊กต้อม" แฉยับกระบวนการล็อกเป้า ขู่ดัดหลังส่งแค่ทีมเยาวชนล่าประสบการณ์
"บิ๊กต้อม" นายธนา ไชยประสิทธิ์ นายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกผ่านสื่อมวลชนที่สนามบินสุวรรณภูมิ ถึงเบื้องหลังเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมา โดยระบุว่าพฤติกรรมของผู้ตัดสินในเกมนี้มีเงื่อนงำและดูจงใจอย่างเด่นชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มการแข่งขัน
"เกมนี้มีหลายครั้งที่กรรมการดูจงใจมาก น่าผิดสังเกตตั้งแต่การที่สหพันธ์ตะกร้อนานาชาติตั้งใจเปลี่ยนตัวกรรมการรายนี้มาทำหน้าที่นัดชิงโดยเฉพาะ และในแมตช์นี้จังหวะที่พวกเราเห็นว่าโดนโกงแบบชัดๆ มีถึง 3 ลูกด้วยกัน เราจึงตัดสินใจร่วมกันว่าจะไม่ลงแข่งขันต่อ ให้เขาเอาถ้วยรางวัลแชมป์ไปเลยดีกว่า และหลังจากนี้ หากทางสมาคมฯ จะยื่นหนังสือประท้วงอะไรไปก็คงไม่มีผลทางปฏิบัติ เพราะดูออกว่าเขาตั้งใจจะให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบนี้อยู่แล้ว หลายจังหวะผู้ตัดสินตัดสินได้น่าเกลียดเกินไป ขนาดกรรมการไลน์แมนข้างล่างชี้ให้ไทยได้แต้ม แต่ราดี้ (ผู้ตัดสินสิงคโปร์) กลับกดดันและสั่งให้เล่นใหม่" บิ๊กต้อม แฉยับ
นอกจากนี้ นายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อดัดหลังสหพันธ์ฯ ว่า
"หลังจากนี้ทางสมาคมฯ คงต้องนำประเด็นนี้กลับมาประชุมพิจารณากันใหม่ทั้งหมด หากมาตรฐานการตัดสินของทัวร์นาเมนต์นานาชาติยังคงเป็นแบบนี้อยู่ ในอนาคตเราอาจจะไม่ส่งทีมชาติไทยชุดใหญ่เข้าร่วมการแข่งขันอีกต่อไป และอาจพิจารณาส่งเพียงทีมชุดเยาวชนมาลงเล่นเพื่อหาประสบการณ์แทน"
เหตุการณ์สั่งวอล์กเอาต์ของทัพตะกร้อไทยในศึกชิงแชมป์โลกช่วงกลางปี 2569 ถือเป็นรอยร้าวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการลูกพลาสติกโลก ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาระบบโครงสร้างและจริยธรรมของผู้ตัดสินในองค์กรระดับสากล และคาดว่ามาตรการขู่แบนไม่ส่งนักกีฬาชุดใหญ่ของไทย จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าค่าลิขสิทธิ์และการจัดแข่งขันในอนาคตอย่างรุนแรง เนื่องจากทีมชาติไทยคือแม่เหล็กดึงดูดผู้ชมอันดับหนึ่ง และหากไม่มีการชำระสะสางวงการให้โปร่งใส วงการเซปักตะกร้อก็ยากที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นกีฬาสากลระดับโอลิมปิกเกมส์ได้อย่างแท้จริง