เนชั่นทีวี

ข่าว

ทัพตะกร้อไทยกลับถึงบ้าน "บิ๊กต้อม" ลั่นโกงชัดเจน ขู่ส่งแค่ชุดเด็กหากสหพันธ์ฯ ไม่โปร่งใส

24 พ.ค. 2569 | apirak_pra

ทัพตะกร้อไทยกลับถึงบ้าน "บิ๊กต้อม" ลั่นโกงชัดเจน ขู่ส่งแค่ชุดเด็กหากสหพันธ์ฯ ไม่โปร่งใส

ทัพเซปักตะกร้อชายทีมชาติไทยเดินทางถึงไทยแล้ว หลังคว้ารองแชมป์ทีมชุด ISTAF World Cup 2026 ด้าน "บิ๊กต้อม" แฉกลโกงผู้ตัดสินสิงคโปร์ ขู่แบนไม่ส่งชุดใหญ่แข่งอีก

บ่ายวันนี้ (24 พฤษภาคม 2569) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขุนพลนักหวดลูกพลาสติกชายทีมชาติไทย ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย หลังเสร็จสิ้นการแข่งขันเซปักตะกร้อชิงแชมป์โลก รายการ "ISTAF Sepaktakraw World Cup 2026" ณ สนามติติวังซา สเตเดียม กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยสามารถคว้าผลงาน 1 เหรียญทอง จากประเภททีมเดี่ยว และ 1 เหรียญเงิน จากประเภททีมชุดชาย ท่ามกลางแฟนกีฬาและสื่อมวลชนที่มารอต้อนรับอย่างหนาตา ทว่าบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดจากประเด็นดราม่าค้านสายตาโลกในเกมนัดชิงชนะเลิศเมื่อวานนี้

ชนวนเหตุความขัดแย้งขั้นรุนแรงเกิดขึ้นในเกมนัดชิงชนะเลิศ ประเภททีมชุดชาย เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยทีมชาติไทยในฐานะแชมป์เก่า 2 สมัย ลงสนามพบกับ "เสือเหลือง" มาเลเซีย ทีมเจ้าภาพ การแข่งขันเป็นไปอย่างสูสีจนเสมอกันอยู่ 1-1 ทีม ต้องตัดสินแชมป์กันในทีม ซี ซึ่งในเซตแรกไทยพ่ายไปก่อน 13-15 ก่อนที่เซตที่สอง ทีมไทยฮึดสู้จนขึ้นนำอยู่ 14-13 และในจังหวะขึ้นฟาดทำแต้มสำคัญ ตัวฟาดของไทยกระโดดฟาดลูกลงพื้นฝั่งมาเลเซียไปอย่างเด็ดขาดเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่า “ราดี้” ผู้ตัดสินชาวสิงคโปร์ กลับเป่านกหวีดจับฟาวล์ โดยอ้างว่าผู้เล่นไทยเหยียบเส้นก่อนขึ้นฟาด และสั่งให้แต้มเป็นของมาเลเซียทันที

ทัพตะกร้อไทยกลับถึงบ้าน "บิ๊กต้อม" ลั่นโกงชัดเจน ขู่ส่งแค่ชุดเด็กหากสหพันธ์ฯ ไม่โปร่งใส

ประท้วงเดือดสั่ง "วอล์กเอาต์"! ไทยหักดิบไม่เล่นต่อ ปล่อยเจ้าภาพคว้าแชมป์

คำตัดสินดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้แก่สตาฟฟ์โค้ชและนักกีฬาไทยเป็นอย่างมาก จนนำไปสู่การประท้วงใหญ่ข้างสนาม ทีมงานผู้ฝึกสอนของไทยได้พยายามเข้าไปพิจารณาร่วมกับฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อขอให้ทบทวนคำตัดสิน รวมถึงยื่นคำร้องขอเปลี่ยนตัวผู้ตัดสินทำหน้าที่เนื่องจากมองว่าไร้ซึ่งความยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการแข่งขันของสหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) ยังคงยืนยันคำตัดสินเดิมอย่างแข็งกร้าว ส่งผลให้ทัพตะกร้อทีมชาติไทยตัดสินใจกระทำการ "วอล์กเอาต์" (Walk-out) ปฏิเสธที่จะลงทำการแข่งขันต่อในแต้มถัดไปเพื่อแสดงจุดยืนประท้วง สุดท้ายฝ่ายจัดการแข่งขันจึงปรับให้ทีมชาติไทยแพ้ฟาวล์ และส่งผลให้มาเลเซียคว้าแชมป์ประเภททีมชุดชายไปครองท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนของแฟนตะกร้อทั่วโลก

ทัพตะกร้อไทยกลับถึงบ้าน "บิ๊กต้อม" ลั่นโกงชัดเจน ขู่ส่งแค่ชุดเด็กหากสหพันธ์ฯ ไม่โปร่งใส

"บิ๊กต้อม" แฉยับกระบวนการล็อกเป้า ขู่ดัดหลังส่งแค่ทีมเยาวชนล่าประสบการณ์

"บิ๊กต้อม" นายธนา ไชยประสิทธิ์ นายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกผ่านสื่อมวลชนที่สนามบินสุวรรณภูมิ ถึงเบื้องหลังเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมา โดยระบุว่าพฤติกรรมของผู้ตัดสินในเกมนี้มีเงื่อนงำและดูจงใจอย่างเด่นชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มการแข่งขัน

"เกมนี้มีหลายครั้งที่กรรมการดูจงใจมาก น่าผิดสังเกตตั้งแต่การที่สหพันธ์ตะกร้อนานาชาติตั้งใจเปลี่ยนตัวกรรมการรายนี้มาทำหน้าที่นัดชิงโดยเฉพาะ และในแมตช์นี้จังหวะที่พวกเราเห็นว่าโดนโกงแบบชัดๆ มีถึง 3 ลูกด้วยกัน เราจึงตัดสินใจร่วมกันว่าจะไม่ลงแข่งขันต่อ ให้เขาเอาถ้วยรางวัลแชมป์ไปเลยดีกว่า และหลังจากนี้ หากทางสมาคมฯ จะยื่นหนังสือประท้วงอะไรไปก็คงไม่มีผลทางปฏิบัติ เพราะดูออกว่าเขาตั้งใจจะให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบนี้อยู่แล้ว หลายจังหวะผู้ตัดสินตัดสินได้น่าเกลียดเกินไป ขนาดกรรมการไลน์แมนข้างล่างชี้ให้ไทยได้แต้ม แต่ราดี้ (ผู้ตัดสินสิงคโปร์) กลับกดดันและสั่งให้เล่นใหม่" บิ๊กต้อม แฉยับ

นอกจากนี้ นายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อดัดหลังสหพันธ์ฯ ว่า

"หลังจากนี้ทางสมาคมฯ คงต้องนำประเด็นนี้กลับมาประชุมพิจารณากันใหม่ทั้งหมด หากมาตรฐานการตัดสินของทัวร์นาเมนต์นานาชาติยังคงเป็นแบบนี้อยู่ ในอนาคตเราอาจจะไม่ส่งทีมชาติไทยชุดใหญ่เข้าร่วมการแข่งขันอีกต่อไป และอาจพิจารณาส่งเพียงทีมชุดเยาวชนมาลงเล่นเพื่อหาประสบการณ์แทน"

เหตุการณ์สั่งวอล์กเอาต์ของทัพตะกร้อไทยในศึกชิงแชมป์โลกช่วงกลางปี 2569 ถือเป็นรอยร้าวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการลูกพลาสติกโลก ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาระบบโครงสร้างและจริยธรรมของผู้ตัดสินในองค์กรระดับสากล และคาดว่ามาตรการขู่แบนไม่ส่งนักกีฬาชุดใหญ่ของไทย จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าค่าลิขสิทธิ์และการจัดแข่งขันในอนาคตอย่างรุนแรง เนื่องจากทีมชาติไทยคือแม่เหล็กดึงดูดผู้ชมอันดับหนึ่ง และหากไม่มีการชำระสะสางวงการให้โปร่งใส วงการเซปักตะกร้อก็ยากที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นกีฬาสากลระดับโอลิมปิกเกมส์ได้อย่างแท้จริง