ฮาแวร์ตซ์ยิงฝังทีมเก่า! อาร์เซน่อลเชือดเชลซีลิ่วชิงคาราบาวคัพ
04 ก.พ. 2569
ไค ฮาแวร์ตซ์ สวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยช่วงทดเจ็บใส่ทีมเก่า พาอาร์เซน่อลเปิดรังเฉือนเชลซี 1-0 รวมผลสองนัดชนะ 4-2 ทะลุเข้าชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ ที่เวมบลีย์ได้สำเร็จ
ข่าว
04 ก.พ. 2569
ไค ฮาแวร์ตซ์ สวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยช่วงทดเจ็บใส่ทีมเก่า พาอาร์เซน่อลเปิดรังเฉือนเชลซี 1-0 รวมผลสองนัดชนะ 4-2 ทะลุเข้าชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ ที่เวมบลีย์ได้สำเร็จ
ทัพปืนใหญ่ อาร์เซน่อล จ่อคว้ารางวัลความสำเร็จแรกในฤดูกาลนี้ หลังเปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เอาชนะ เชลซี คู่ปรับร่วมลอนดอนไปได้ 1-0 ในศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ (ลีก คัพ) รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง เมื่อคืนวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ (ตรงกับเช้าวันพุธตามเวลาประเทศไทย) ส่งผลให้รวมผลสองนัดอาร์เซน่อลชนะไปด้วยสกอร์รวม 4-2 ตีตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์ได้เป็นทีมแรก
ฮีโร่ในเกมนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น ไค ฮาแวร์ตซ์ อดีตเด็กเก่าของสิงห์บลูส์ที่ลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 69 ก่อนจะซัดประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากการประสานงานกับ เดแคลน ไรซ์ ในจังหวะโต้กลับเร็ว ฮาแวร์ตซ์หลุดเข้าไปแตะหลบ โรเบิร์ต ซานเชซ นายทวารเชลซี ก่อนจะแปเข้าไปอย่างเยือกเย็น ซึ่งถือเป็นประตูที่ดับความหวังในการลุ้นแชมป์ของทีมเก่าไปโดยปริยาย
ชัยชนะครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจนภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า โดยอาร์เซน่อลกำลังอยู่ในเส้นทางที่ยอดเยี่ยมในทุกรายการ
รอนัดชิงชนะเลิศ: อาร์เซน่อลจะไปรอพบผู้ชนะระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในรอบชิงชนะเลิศที่จะแข่งขันกันที่สนามเวมบลีย์ในวันที่ 22 มีนาคมนี้
ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก: ปัจจุบันนำเป็นจ่าฝูงโดยทิ้งห่างคู่แข่ง 6 คะแนน และต้องการคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004
ผลงานในยุโรปและเอฟเอคัพ: ทัพปืนใหญ่ยังคงอยู่ในเส้นทางรอบน็อกเอาต์แชมเปียนส์ลีกด้วยสถิติชนะรวด 8 นัด และผ่านเข้าสู่รอบ 4 ของศึกเอฟเอ คัพ เรียบร้อยแล้ว
ความกระหายแชมป์: เดแคลน ไรซ์ ระบุว่าความผิดหวังจากการเป็นรองแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาลติดต่อกัน กลายเป็นเชื้อไฟที่ทำให้นักเตะทุกคนต้องการคว้าทุกแชมป์ที่ขวางหน้าในซีซั่นนี้
ทางฝั่งเชลซี แม้จะพยายามเปลี่ยนตัวสำรองอาวุธหนักอย่าง โคล พาลเมอร์ และ เอสเตเวา ปีกดาวรุ่งบราซิลลงมาหวังทำประตูคืน แต่ไม่สามารถเจาะแนวรับที่แข็งแกร่งที่สุดในอังกฤษของอาร์เซน่อลได้ สำหรับทีมปืนใหญ่ การเข้าชิงครั้งนี้ถือเป็นการลุ้นแชมป์ลีกคัพสมัยที่ 3 ของสโมสร (ต่อจากปี 1987 และ 1993) และจะเป็นการคว้าแชมป์รายการแรกนับตั้งแต่ได้แชมป์เอฟเอ คัพ ในปี 2020 ซึ่งเป็นปีแรกที่อาร์เตต้าเข้ามาคุมทีม
