ปรับยับ 35 ล้าน! CAF สั่งลงดาบเซเนกัล-โมร็อกโก เซ่นนัดชิงฉาว
30 ม.ค. 2569
สมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา (CAF) สั่งปรับเงินเซเนกัลและโมร็อกโกรวมกว่า 1 ล้านดอลลาร์ พร้อมแบนแข้งดังและโค้ช เซ่นเหตุจลาจล-ประท้วงวอล์กเอาต์ในนัดชิงแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์
ข่าว
30 ม.ค. 2569
สมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา (CAF) สั่งปรับเงินเซเนกัลและโมร็อกโกรวมกว่า 1 ล้านดอลลาร์ พร้อมแบนแข้งดังและโค้ช เซ่นเหตุจลาจล-ประท้วงวอล์กเอาต์ในนัดชิงแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์
สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งแอฟริกา (CAF) ประกาศลงดาบสั่งปรับเงินสมาคมฟุตบอลเซเนกัลและโมร็อกโกเป็นจำนวนรวมสูงถึงกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 35 ล้านบาท) พร้อมสั่งแบนนักเตะและโค้ชหลายราย จากเหตุการณ์ความวุ่นวายในเกมนัดชิงชนะเลิศศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเซเนกัลเอาชนะไปได้ 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ท่ามกลางภาพลักษณ์สุดอื้อฉาวที่จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ถึงกับออกโรงประณามว่าเป็นพฤติกรรมที่น่าเกลียดและยอมรับไม่ได้
ความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บขณะที่สกอร์ยังเสมอ 0-0 เมื่อโมร็อกโกได้จุดโทษ ทำให้ ปาเป้ เธียว กุนซือเซเนกัล สั่งลูกทีมวอล์กเอาต์ออกจากสนามเพื่อประท้วงนานถึง 15 นาที จนเกมต้องหยุดชะงัก แม้ภายหลังโมร็อกโกจะยิงจุดโทษพลาดและเซเนกัลกลับมาคว้าแชมป์ได้ แต่พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ ปาเป้ เธียว ถูกปรับ 1 แสนดอลลาร์และแบนห้ามคุมทีมในรายการของแอฟริกาถึง 5 นัด ขณะที่สมาคมฟุตบอลเซเนกัลโดนค่าปรับรวมถึง 6.15 แสนดอลลาร์
นอกจากการประท้วงของฝั่งเซเนกัลแล้ว ฝั่งเจ้าภาพอย่างโมร็อกโกก็โดนบทลงโทษหนักไม่แพ้กันจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสนาม โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
เด็กเก็บบอลมหาภัย: โมร็อกโกถูกปรับเงินเฉพาะส่วนนี้ถึง 2 แสนดอลลาร์ (ราว 7 ล้านบาท) หลังกลุ่มเด็กเก็บบอลพยายามเข้าไปแย่ง "ผ้าขนหนู" ของ เอดูอาร์ เมนดี้ นายทวารเซเนกัล เพื่อทำลายสมาธิระหว่างเกม
จลาจลในและนอกสนาม: แฟนบอลเจ้าถิ่นพยายามพังรั้วกั้นเพื่อลงมาในจุดเกิดเหตุ ขณะที่หลังจบเกมยังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรงในกลุ่มผู้สื่อข่าวของทั้งสองประเทศ
บทลงโทษนักเตะ: อัชราฟ ฮาคิมี สตาร์โมร็อกโกถูกแบน 2 นัด (คาดโทษอีก 1 นัด) ส่วน อิสมาเอล ไซบารี โดนแบน 3 นัดพร้อมปรับเงิน 1 แสนดอลลาร์ ด้านเซเนกัลมี อิลลิมาน เอ็นดิอาย และ อิสไมล่า ซาร์ ถูกแบนคนละ 2 นัด
กระทบเจ้าภาพบอลโลก 2030: เหตุการณ์นี้ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของโมร็อกโกที่เตรียมเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2030 โดยล่าสุดสเปนได้ออกมายืนยันแล้วว่าจะเป็นผู้จัดเกมนัดชิงชนะเลิศแทนที่โมร็อกโกที่เคยหวังจะใช้สนามใหม่ความจุ 1.15 แสนที่นั่งรองรับแมตช์หยุดโลก
อย่างไรก็ตาม บทลงโทษการแบนในครั้งนี้มีผลเฉพาะการแข่งขันในระดับทวีปแอฟริกาเท่านั้น ทำให้ทั้งเซเนกัลและโมร็อกโกยังคงสามารถส่งขุมกำลังหลักลุยศึกฟุตบอลโลกที่จะเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ได้ตามปกติ ขณะที่ประเด็นความขัดแย้งลุกลามไปถึงระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จนผู้นำของทั้งสองชาติอย่าง นายกรัฐมนตรี อุสมาน ซอนโก ของเซเนกัล ต้องออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสงบสติอารมณ์และมองว่าเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบจากความคลั่งไคล้ในเกมกีฬา ไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมืองหรือวัฒนธรรม เพื่อกู้คืนภาพลักษณ์และมิตรภาพอันยาวนานของทั้งสองประเทศให้กลับมามั่นคงอีกครั้ง
