svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

เตือนพ่อแม่เฝ้าระวัง "ไข้ดำแดง" ระบาดในเด็ก เช็กอาการลิ้นแดง-ผื่นทราย

17 มี.ค. 2569

เตือนผู้ปกครองเฝ้าระวัง "โรคไข้ดำแดง" ในเด็ก ระบาดง่ายผ่านไอจาม สังเกตอาการไข้สูง เจ็บคอ ลิ้นแดงคล้ายสตรอว์เบอร์รี หากพบควรรีบพบแพทย์ป้องกันภาวะแทรกซ้อน

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช (สคร.11) ออกประกาศเตือนผู้ปกครองให้เฝ้าระวัง โรคไข้ดำแดง (Scarlet fever) ซึ่งมักพบได้บ่อยในกลุ่มเด็กวัยเรียน โดยโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย "สเตรปโตคอคคัส กรุ๊ปเอ" (Group A Streptococcus) ซึ่งหากปล่อยไว้และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อหัวใจและไตของเด็กได้

 

เปิดเส้นทางการติดต่อ: ทำไมเด็กถึงติดกันง่าย?

แพทย์หญิงดารินดา รอซะ ผู้อำนวยการ สคร.11 ระบุว่าโรคนี้สามารถติดต่อได้ง่ายผ่านสารคัดหลั่ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำลาย น้ำมูก หรือเสมหะ ผ่านการไอ จาม หรือแม้แต่การสัมผัสใกล้ชิดและการใช้สิ่งของร่วมกัน ทำให้โรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็กกลายเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อที่สำคัญ

5 สัญญาณเตือน! อาการแบบไหนคือ "ไข้ดำแดง"

ผู้ปกครองควรสังเกตบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากมีอาการดังต่อไปนี้ควรรีบพบแพทย์ทันที

  • ไข้สูงและเจ็บคอ: มักเป็นอาการนำเบื้องต้น

  • ผื่นแดงสาก: ผื่นจะขึ้นตามลำคอ ขาหนีบ รักแร้ และลามไปตามลำตัว เมื่อสัมผัสจะรู้สึกสากคล้ายกระดาษทราย

  • ใบหน้าแดงฉาน: รอบปากอาจดูซีดกว่าส่วนอื่นของใบหน้า

  • ลิ้นสตรอว์เบอร์รี (Strawberry Tongue): ลิ้นจะมีสีแดงจัดและเห็นตุ่มลิ้นชัดเจนคล้ายผิวของผลสตรอว์เบอร์รี

  • อาการลอกของผิวหนัง: หลังจากผื่นหาย ผิวหนังอาจมีการลอกออกเป็นขุย

 

แนวทางการรักษา: ยาปฏิชีวนะต้องกินให้ครบ

การรักษาหลักคือการใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งแพทย์เน้นยำว่า "ต้องรับประทานติดต่อกันประมาณ 10 วัน" แม้อาการจะดูดีขึ้นภายใน 3-4 วันก็ตาม เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น

  1. โรคไข้รูมาติก: ซึ่งส่งผลกระทบต่อลิ้นหัวใจ
  2. หน่วยไตอักเสบ: สังเกตได้จากปัสสาวะมีสีแดงหรือมีเลือดปน

ข้อควรระวัง: ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีน ป้องกันโรคไข้ดำแดง การดูแลสุขอนามัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

วิธีป้องกันและดูแลเบื้องต้น

  1. แยกผู้ป่วย: ให้เด็กหยุดเรียนอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังเริ่มยาปฏิชีวนะและไข้ลดลง เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อ
  2. สุขอนามัยส่วนตัว: ล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัย และไม่ใช้แก้วน้ำหรือผ้าเช็ดหน้าร่วมกับผู้อื่น
  3. ฟื้นฟูร่างกาย: ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

หากพบอาการผิดปกติหลังการรักษา เช่น เหนื่อยง่าย ปวดข้อ หรือปัสสาวะผิดปกติ ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422