เดินทางค้าแข้งต่างแดน
การโยกย้ายจากอียิปต์บ้านเกิดสู่การค้าแข้งในสวิตเซอร์แลนด์ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี ซาลาห์เริ่มรู้สึกอยากกลับบ้านตั้งแต่ย้ายมาแค่ไม่กี่เดือนเนื่องจากพูดภาษาสวิส-เยอรมันไม่ได้เลย แต่เมื่อ บาเซิ่ล ไปคว้าตัวเพื่อนร่วมชาติอย่าง โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ เข้ามาในเดือน ม.ค. 2013 สถานการณ์ของ ซาลาห์ ก็เริ่มดีขึ้น ก่อนระเบิดฟอร์มยิง 20 ประตู 17 แอสซิสต์จากการลงสนาม 79 นัดให้ต้นสังกัด
ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมทำให้เหล่าทีมยักษ์ใหญ่เริ่มให้ความสนใจ มีข่าวว่า ลิเวอร์พูล อยากได้ ซาลาห์ ตั้งแต่ตอนนั้น แต่เป็น เชลซี ที่ทุ่มเงินถึง 11 ล้านปอนด์ตัดหน้าคว้าตัวไปได้
อย่างไรก็ตามด้วยการที่ไปอยู่กับทีมใหญ่ที่มีแต่ซูเปอร์สตาร์อย่าง เชลซี ทำให้ ซาลาห์ ไม่มีโอกาสลงสนามมากนัก โดยลงเล่นไปเพียง 19 นัดในช่วงเวลา 2 ซีซั่น เกือบทั้งหมดมีบทบาทเป็นแค่ตัวสำรอง สุดท้าย เชลซี จึงปล่อยตัวให้ ฟิออเรนติน่า และโรม่า ยืมไปใช้งาน และซีซั่นที่เล่นให้ โรม่า เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง ยิงได้ถึง 15 ประตูจาก 42 นัด ทีมหมาป่าแห่งกรุงโรมจึงตัดสินใจซื้อตัวมาเป็นการถาวรในที่สุด
ซาลาห์ ยิ่งเล่นยิ่งดี ในฤดูกาลถัดมายิงได้อีก 19 ลูก พร้อมพาทีมคว้าอันดับ 3 ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา จนไปเข้าตา ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ ผอ.กีฬาของลิเวอร์พูล ก่อนจะไปโน้มน้าว เจอร์เก้น คล็อปป์ ให้เห็นด้วยกับการดึงตัวแนวรุกทีมชาติอียิปต์รายนี้มาร่วมทีม สุดท้ายก็ได้ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 36.5 ล้านปอนด์ (ก่อนจะเพิ่มเป็น 43 ล้านปอนด์ตามเงื่อนไขในสัญญา)
สู่ราชันแห่งถิ่นแอนฟิลด์
โม ซาลาห์ ระเบิดฟอร์มได้อย่างร้อนแรงตั้งแต่ซีซั่นแรก ด้วยการยิงไปถึง 44 ประตู กลายเป็นดาวยิงที่แฟนบอลฝากความหวังไว้ได้เสมอนับแต่นั้นเป็นต้นมา และ ซาลาห์ ก็ก้าวสู่จุดสูงสุด เมื่อพาทีม "หงส์แดง" คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในซีซั่น 2018/19 ต่อด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2019/20 นับเป็นแชมป์ลีกสมัยแรกของสโมสรในรอบ 30 ปี
ตลอด 7 ฤดูกาลในรั้วแอนฟิลด์ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ถล่มประตูได้อย่างต่อเนื่องทุกปี โดยนับถึงปัจจุบัน เขายิงไปแล้วถึง 206 ประตูจากการลงสนาม 366 เกมในทุกรายการ รั้งอันดับ 5 ในตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสร
และล่าสุด ซาลาห์ เพิ่งจะยิงได้อีก 1 ประตู ในเกมที่ "หงส์แดง" เปิดบ้านถล่ม สปาร์ต้า ปราก 6-1 ในศึก ยูโรปาลีก ซึ่งประตูดังกล่าวนับเป็นลูกที่ 20 ของเจ้าตัวในซีซั่นนี้ ส่งผลให้ ซาลาห์ กลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ 131 ปีของสโมสรที่สามารถยิงได้มากกว่า 20 ประตูเป็นเวลา 7 ฤดูกาลติดต่อกัน
โดย 7 ปีของ ซาลาห์ ในการค้าแข้งให้ลิเวอร์พูล มีดังนี้
- 2017/18 ลงเล่น 52 นัด ยิง 44 ประตู
- 2018/19 ลงเล่น 52 นัด ยิง 27 ประตู
- 2019/20 ลงเล่น 48 นัด ยิง 23 ประตู
- 2020/21 ลงเล่น 51 นัด ยิง 31 ประตู
- 2021/22 ลงเล่น 51 นัด ยิง 31 ประตู
- 2022/23 ลงเล่น 51 นัด ยิง 30 ประตู
- 2023/24 ลงเล่น 31 นัด ยิง 20 ประตู (ยังไม่จบฤดูกาล)
แน่นอนว่าจากผลงานดังกล่าว ทำให้มีหลายสโมสรแสดงความต้องการที่จะดึงตัวไปร่วมทีม แต่ ซาลาห์ ก็ยังไม่ยอมย้ายไปไหน เช่นเดียวกับบอร์ดบริหารของ ลิเวอร์พูล ที่จะไม่ยอมขายออกจากทีมแม้จะได้ราคาสูงแค่ไหนก็ตาม
ชีวิตของ ซาลาห์ ในการค้าแข้งที่ ลิเวอร์พูล แม้อาจจะดูเหมือนง่ายและลงตัวไปเสียทุกอย่าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากย้อนไปดูเส้นทางตลอดอาชีพของเขาแล้ว ไม่ง่ายเลยกว่าจะมายืนในจุดนี้ได้ หากไม่มี "ความพยายาม" ที่มากพอ