"ผมไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ผมเลือก ถ้าวันนั้นไม่ก้าวที่จะออกมา เชื่อป่ะ ผมก็จะไม่เคยรู้ว่าฟุตบอลอีกแบบนึงเป็นยังไง เอิ่ม … (น้ำตาไหล) ผมก็จะไม่เคยรู้ว่าสถานการณ์ที่ผมเจอเป็นยังไง มันยากตรงที่ว่าผมมาอยู่กับทีมที่เป็นแชมป์มากกว่า แต่ถามว่าผิดหวังในตัวเองไหม ผมผิดหวังที่ผมไม่สามารถทำสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีว่านี้ได้"
"แน่นอนถามว่าล้มเหลวไหม มันก็คงล้มเหลวแหละกับคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ แต่ถามว่า 7 ปีที่อยู่มากับการได้เล่นเจลีก ผมว่าก็คงไม่มีอะไรที่จะต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้ว ผมเป็นนักฟุตบอล ทุกคนคงคิดว่าอยู่ญี่ปุ่นอ่ะสบาย รับเงินเดือน ซ้อมสบาย คนเหล่านั้นเขามองภาพภายนอก แต่ภายในผมเป็นนักฟุตบอล ผมอยากเล่น ผมอยากเล่นให้ทุกคนได้ดู แต่ผมไม่ได้เล่น ผมรู้สึกว่าผมไม่อยากเสียเวลาอยู่ตรงนี้แล้ว ผมอยากเล่นฟุตบอลมากกว่า"
"เมสซี่เจ" ยังกล่าวถึงการกลับมาเล่นในไทยลีกครั้งนี้ว่า “การกลับมาไทยลีกครั้งนี้ คุณแป้ง (นวลพรรณ ล่ำซำ) กับทาง ท่าเรือติดต่อมาจริง ผมตอบรับว่าสนใจจริงๆ พอเป็นข่าวทุกทีมติดต่อเข้ามา ทั้ง บีจี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แบงคอก ยูไนเต็ด มันยากเพราะ 7 ปี ผมอยู่เจลีก นานกว่าอยู่ไทยลีก ต้องขอบคุณ คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานบีจี ปทุม ยูไนเต็ดที่อยากได้ผมจริงๆ ขอบคุณพี่มุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) พี่ตัง(สารัช อยู่เย็น) ที่ให้คำแนะนำ บีจี ปทุม มีเป็นมืออาชีพ เป็นบ้านใหม่ ที่จะเยียวยาจิตใจผมได้”