เนชั่นทีวี

ข่าว

เศรษฐา เคลื่อนมูลนิธิเสริมกล้า ผนึกเอกชนแก้ปัญหานมล้นตลาด

09 ก.ย. 2569 | titayu_pur

เศรษฐา เคลื่อนมูลนิธิเสริมกล้า ผนึกเอกชนแก้ปัญหานมล้นตลาด

'เศรษฐา ทวีสิน' เดินหน้าภารกิจ 'มูลนิธิเสริมกล้า' ผนึกภาคเอกชนช่วยเกษตรกรแก้ปัญหานมล้นตลาด ส่งต่อนมดิบสู่เด็กเปราะบาง ต่อยอด Zero Dropout

9 กันยายน 2569 นายเศรษฐา ทวีสิน เดินหน้าภารกิจสังคมผ่าน มูลนิธิเสริมกล้า หลังได้รับการประสานจาก อ.ส.ค. ถึงวิกฤตเกษตรกรโคนมไทยพบนมดิบล้นตลาด โดยเร่งผนึกกำลังภาคเอกชนรับซื้อผลผลิต แก้ปัญหานมล้นตลาด พร้อมส่งต่อให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานสงเคราะห์ ใน กทม. ปทุมธานี และราชบุรี เพื่อเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสด้านโภชนาการ พร้อมขับเคลื่อนต่อยอดโครงการ Zero Dropout ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตเยาวชนยั่งยืน

 

เมื่อเร็วๆ นี้ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เดินหน้าภารกิจเพื่อสังคมผ่านมูลนิธิเสริมกล้า ด้วยแนวคิด 'เชื่อมปัญหากับโอกาส' หลังจากได้รับการประสานจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ถึงสถานการณ์น้ำนมดิบล้นตลาดทำให้เกษตรกรโคนมไทยได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยได้ประสานความร่วมมือกับแสนสิริและเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน เพื่อเข้ามาร่วมช่วยเหลือและเพิ่มช่องทางรองรับผลผลิตของเกษตรกร พร้อมนำผลิตภัณฑ์นมส่งต่อไปยังโรงเรียน มูลนิธิ สถานสงเคราะห์ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อให้ผลผลิตที่กำลังเป็นปัญหาที่ต้นทางกลายเป็นโอกาสในการเข้าถึงโภชนาการที่ดีของเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางที่ปลายทาง

นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี

 

สำหรับผลิตภัณฑ์นมที่ได้รับการสนับสนุนในครั้งนี้ จะถูกกระจายไปยังโรงเรียนและหน่วยงาน ที่ดูแลเด็กและเยาวชนในกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี รวมถึงจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นายเศรษฐาเคยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเรื่อง Zero Dropout เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา การกลับมาสนับสนุนเด็กในพื้นที่ราชบุรีครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดจากการสร้างโอกาสทางการศึกษา ไปสู่การเติมเต็มโภชนาการและคุณภาพชีวิต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ เติบโต และพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ นี่จึงไม่ใช่เพียงการรับซื้อนมที่ล้นตลาด หรือการนำนมไปบริจาคให้เด็กเท่านั้น แต่เป็นการเชื่อมปัญหาเข้ากับโอกาส และมองหาวิธีทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่สามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าหนึ่งด้านในเวลาเดียวกัน

"ตั้งแต่ช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผมให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตั้งแต่ระดับฐานราก ทั้งการสร้างโอกาสและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ตลอดจนการลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา โดยเฉพาะการผลักดันแนวทาง Thailand Zero Dropout เพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา

 

แม้วันนี้บทบาทจะเปลี่ยนไป แต่ผมยังคงนำแนวคิดและประสบการณ์ดังกล่าวมาต่อยอดผ่านมูลนิธิเสริมกล้า องค์กรสาธารณกุศลที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2554 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษา สุขภาพ กีฬา และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสในประเทศไทย โดยมุ่งทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งกลไกในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจ พันธมิตร และผู้ที่มีศักยภาพในการช่วยเหลือ เข้ามาร่วมกันแก้ปัญหาสังคมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม" นายเศรษฐา ระบุ

เศรษฐา เคลื่อนมูลนิธิเสริมกล้า ผนึกเอกชนแก้ปัญหานมล้นตลาด

การขับเคลื่อนของมูลนิธิเสริมกล้าในครั้งนี้ จึงสะท้อนการทำงานที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมพลัง มากกว่าการทำเพียงลำพัง โดยดึงศักยภาพของภาคเอกชนและเครือข่ายพันธมิตร เข้ามาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคสังคม เพื่อให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้า สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ในวงกว้างขึ้น เพราะปัญหาสังคมไม่ควรถูกแก้แบบแยกส่วน และการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดผลจริงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้กลายเป็นโอกาส และส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนไทยในระยะยาว 

 

เศรษฐา เคลื่อนมูลนิธิเสริมกล้า ผนึกเอกชนแก้ปัญหานมล้นตลาด

ข่าวล่าสุด