ดังนั้น ขอให้กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข ปรับปรุง ประกาศกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่ หรือลักษณะต้องห้ามในการขายใบกระท่อม พ.ศ.2568 ใน 2 ประเด็นคือ 1.ห้ามขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อมผ่านสื่อออนไลน์ 2.ห้ามขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อมในบริเวณตลาด ปั๊มน้ำมัน สถานีขนส่งสาธารณะ ร้านอาหาร และห้ามขายริมทาง ทางเท้า และขอเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งควรตีความว่า การดื่มน้ำกระท่อมถือเป็นของเมาอย่างอื่น ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก เพื่อป้องกันปัญหาคนใช้รถใช้ถนนมีการดื่มน้ำกระท่อมจนมีอาการมึนเมาซึ่งนำมาสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ยกเว้นกรณีผู้ขับขี่ที่เคี้ยวใบกระท่อมไม่ควรถือเป็นการบริโภคของเมาอย่างอื่น เพราะมีปริมาณสารไมทราไจนีนน้อยกว่าน้ำต้มกระท่อมมาก
“อย.ควรมีบทบาทในการคุ้มครองผู้บริโภคและสุขภาพของประชาชนที่บริโภคน้ำต้มใบกระท่อมและผลิตภัณฑ์กระท่อม ไม่ควรตีความกฎหมายว่าน้ำต้มกระท่อมไม่ถือเป็นอาหารตาม พ.ร.บ.อาหาร ไม่อยู่ในความดูแลของ อย. และ อย.ไม่ควรอนุญาตให้มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนประกอบของกระท่อมทุกกรณี และไม่ควรอนุญาตให้มีการผลิต จำหน่ายขนมขบเคี้ยว ลูกอมที่มีส่วนประกอบของกระท่อมหรือไมทราไจนีน เพราะเสี่ยงที่เด็กอาจจะบริโภคได้” นายไพศาล กล่าว
นายไพศาล ยังกล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอระยะยาว ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และกระทรวงสาธารณสุข ควรทบทวนแก้ไข พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. 2565 และศึกษาผลดี ผลเสีย หรือผลกระทบของพืชกระท่อม และ พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. 2565 อย่างรอบด้าน เพื่อแก้ไขจุดอ่อนในประเด็นเหล่านี้ โดยควรกำหนดให้การออกใบอนุญาตผลิต ขายใบกระท่อม น้ำต้มใบกระท่อมและผลิตภัณฑ์กระท่อมที่รัดกุม ห้ามการโฆษณา การส่งเสริมการขายน้ำต้มกระท่อม ผลิตภัณฑ์กระท่อมทุกกรณี