ด้าน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ออกมาแนะนำ วิธีรับมือฝุ่นควัน PM2.5 โดยเน้นการป้องกันตนเองทั้งในและนอกบ้าน
- ปิดช่องทางอากาศ ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด เพื่อลดการแลกเปลี่ยนอากาศกับภายนอกในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง ควบคุมสภาพอากาศภายในบ้าน ตั้งระบบปรับอากาศให้เป็นระบบหมุนเวียนอากาศภายใน ใช้เครื่องกรองอากาศที่มี HEPA
- งดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดควันภายในอาคาร หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ จุดธูป เทียนหอม หรือการใช้เตาถ่าน ลดแหล่งกำเนิดมลพิษภายในอาคาร
- จัดพื้นที่ภายในบ้านให้เป็น “ห้องปลอดฝุ่น” เน้นการปิดกั้นไม่ให้ฝุ่นจากภายนอกเข้ามาใช้เครื่องฟอกอากาศช่วยลดปริมาณฝุ่นภายในห้อง โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจหรือหัวใจ
- สวมหน้ากาก N95ให้แนบสนิท เพราะหน้ากากทั่วไปป้องกัน PM 2.5 ไม่ดีเท่าหน้ากาก N95
อย่างไรก็ตาม เช้าวันนี้ ข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษพบว่าในเขตอำเภอเมือง ที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ดัชนีคุณภาพอากาศ AQI อยู่ที่ 203 อยู่ในระดับสีแดง ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 104.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ส่วนที่บนดอยสุเทพ 204 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 78.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับสีแดงเช่นกัน และสูงที่สุดอยู่ที่ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาหลักของการเกิดไฟป่า โดยดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 458 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 332.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ทั้งนี้ เว็บไซต์ IQAir ซึ่งจัดอันดับเมืองที่ประสบมลพิษทางอากาศมากที่สุดของโลก เช้านี้เมื่อเวลา 08:00 น. เทศบาลนครเชียงใหม่ยังคงอยู่อันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่อง โดยดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีม่วง 214 US AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 138.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ส่วนสถานการณ์ไฟป่าเช้านี้ของจังหวัดเชียงใหม่ แม้จะลดลงกว่าเท่าตัว แต่ก็ยังพบว่ามีจุดความร้อนจากไฟป่า 303 จุด โดยสูงสุดอยู่ที่อำเภอสะเมิง และอำเภอแม่แตง 42 จุด อำเภอพร้าว 41 จุด อำเภอเชียงดาว 35 จุด และกระจายไปตามอำเภอต่าง ๆ อีก
ส่วนข้อมูลของ 17 จังหวัดภาคเหนือ เช้านี้พบจุดความร้อน 1,467 จุด แบ่งเป็นป่าอนุรักษ์ 842 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 547 จุด และนอกพื้นที่ป่า 78 จุด โดยจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอนยังคงมีจำนวนสูงสุดของภาคเหนือ