การที่ ศอ.บต. หันมาให้ความสำคัญกับการศึกษานอกระบบและการฝึกทักษะอาชีพ ถือเป็นการเปิด "ทางเบี่ยง" ให้กับเยาวชนที่อาจจะหลุดจากระบบโรงเรียนปกติ ให้กลับเข้ามามีที่ยืนในสังคมผ่านอาชีพที่มั่นคง การสร้างแรงจูงใจให้เด็กกลุ่มนี้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้ผูกขาดอยู่กับเด็กที่เรียนเก่งที่สุดในห้อง แต่เป็นคนที่กล้าคิดและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง คือหัวใจสำคัญของการดึงเยาวชนออกจากวงโคจรของการเป็นแนวร่วมความรุนแรง
หากจะถามว่าการศึกษานอกระบบในมุมมองของ ศอ.บต. มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ภาพของนายปิยะศิริที่แวะไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจเด็กๆ กว่า 50 ชีวิต ณ สมาคมคนจีนไหหนำ ปัตตานี คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
เด็กๆ เหล่านี้กำลังฝึกซ้อมเชิดสิงโตอย่างหนักเพื่อเตรียมงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซึ่งเป็นงานวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งของพื้นที่ ภายใต้การฝึกซ้อมที่ต้องใช้ "วินัย" และ "ความอดทน" สูงระดับนักกีฬา เด็กกลุ่มนี้ยังสามารถใช้ทักษะที่ได้จากการฝึกฝนไปสร้างรายได้เสริมผ่านการรับจ้างแสดงในจังหวัดท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต นครศรีธรรมราช และกระบี่
เลขาธิการ ศอ.บต. มองว่านี่คือ "หลักสูตรชีวิต" ที่มีคุณค่าไม่แพ้วิชาการ เพราะมันสอนเรื่องการทำงานเป็นทีม วินัย และการสืบสานวัฒนธรรมที่หลากหลายในพื้นที่พหุวัฒนธรรม การสนับสนุนให้เด็กๆ มีรายได้และเห็นคุณค่าในตัวเองผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรมเช่นนี้ ถือเป็นเครื่องมือเชิงรุกในการสร้าง "ภูมิคุ้มกัน" ทางสังคมในระยะยาว
นอกเหนือจากการดึงทุนในประเทศ ศอ.บต. ยังเปิดเกมรุกในระดับภูมิภาคด้วยการผนึกกำลังกับ Universitas Widyatama เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี 100% ตลอดหลักสูตรให้กับเยาวชนที่จบชั้น ม.6
ความน่าสนใจของทุนนี้อยู่ที่ "สาขาวิชา" ที่ถูกเลือกสรรมาอย่างเจาะจง ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรมสารสนเทศ, วิศวกรรมอุตสาหกรรม, การค้าระหว่างประเทศ และการบัญชี ซึ่งล้วนเป็นสาขาที่ขาดแคลนในพื้นที่ จชต. และเป็นสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงานในกลุ่มประเทศอิสลามและอาเซียน
การส่งเยาวชนไปเรียนที่อินโดนีเซียไม่ได้มีนัยยะแค่เรื่องการศึกษา แต่คือการสร้าง "ทูตวัฒนธรรม" และเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มหาศาลเมื่อเยาวชนเหล่านี้เรียนจบกลับมาพัฒนาบ้านเกิดในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจบริบทโลกและเข้าใจอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง โดยล่าสุด ศอ.บต. ได้ขยายเวลารับสมัครทุนนี้ไปจนถึงวันที่ 7 มีนาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่
การขยับตัวของ ศอ.บต. ภายใต้การนำของนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ในครั้งนี้ ทั้งการดึงทุนจากซีพี ออลล์ และการเชื่อมต่อทุนจากอินโดนีเซีย สะท้อนถึงความพยายามในการใช้ "Soft Power" และ "Economic Opportunity" มาเป็นตัวนำหน้าการแก้ปัญหาความมั่นคง
ความท้าทายที่แท้จริงหลังจากนี้คือ "ระบบการติดตามและประเมินผล" รัฐบาลจะทำอย่างไรให้ทุนการศึกษาเกือบร้อยล้านบาทนี้ไม่ได้หายไปกับตัวเลขสถิติ แต่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นอาชีพที่มั่นคงและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ชุมชนได้จริง รวมถึงการดูแลเยาวชนที่ไปเรียนต่างประเทศให้กลับมาทำงานในพื้นที่แทนการสมองไหลไปสู่ต่างแดน
หาก "การศึกษาคือเครื่องมือแก้ปัญหาระยะยาว" ตามที่เลขาธิการ ศอ.บต. ลั่นวาจาไว้ วันนี้หมากบนกระดานถูกวางลงไปแล้ว เหลือเพียงเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า หมากตัวนี้จะนำไปสู่ชัยชนะแห่งสันติภาพและความยั่งยืนในชายแดนใต้ได้จริงหรือไม่