รมว.วัฒนธรรม พบผู้นำศาสนาซิกข์ เสริมสร้างความร่วมมือศาสนา
14 ม.ค. 2569
รมว.วัฒนธรรม พบผู้นำศาสนาซิกข์ เสริมสร้างความร่วมมือ-กิจกรรมด้านศาสนาและวัฒนธรรมในสังคมพหุวัฒนธรรม สร้างความสามัคคีในสังคม
ข่าว
14 ม.ค. 2569
รมว.วัฒนธรรม พบผู้นำศาสนาซิกข์ เสริมสร้างความร่วมมือ-กิจกรรมด้านศาสนาและวัฒนธรรมในสังคมพหุวัฒนธรรม สร้างความสามัคคีในสังคม
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เข้าพบผู้นำศาสนาซิกข์จาก 2 องค์กร ได้แก่ นายปินเดอร์ปานซิงห์ มาดาน นายกสมาคมศรีคุรุสิงห์สภา และนายอารินทร์ โกมลสิงห์สกุล นายกสมาคมนามธารีสังคัตแห่งประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านการส่งเสริมบทบาทของศาสนาในการสร้างความเข้มแข็งของสังคม และเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนาในสังคมไทย โดยมีนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการศาสนา เข้าร่วม ณ สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
การเข้าหารือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงวัฒนธรรมในการส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรม บนพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เคารพความหลากหลายทางศาสนา และยึดหลักคุณธรรมเป็นฐาน โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของศาสนาซิกข์ในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม การทำความดีเพื่อสังคม ตลอดจนการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ อันเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและสังคม โดยได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือในการสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรม อาทิ การจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจด้านศาสนาแก่เยาวชน ผ่านการอบรมค่ายเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์ เพื่อให้เยาวชนที่ผ่านการอบรมได้เผยแพร่ต่อๆ ไปยังเพื่อนและผู้ปกครอง ในรูปแบบที่เยาวชนเข้าใจเยาวชน การส่งเสริมการเรียนรู้คุณค่าทางวัฒนธรรมของศาสนาซิกข์ การจัดกิจกรรมเปิดบ้านชุมชนศาสนิกสัมพันธ์ในย่านพาหุรัด ซึ่งมีศาสนสถานหลายศาสนา การประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ของศาสนิกชนชาวซิกข์ ไปยังสถานที่สาธารณะต่างๆ ได้แก่ สัญลักษณ์ 5 ก ที่ต้องติดตัวตลอดเวลา (เกศา คือ การโผกผ้าที่ศรีษะ กังฆะ คือ หวีไม้ การ่า คือ กำไลข้อมือทำจากเหล็ก กีรปาน คือ กริชหรือดาบสั้น กะแฉร่า คือ กางเกงขาสั้นชั้นใน) รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายศาสนาและชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มีความสมานฉันท์ และสอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริม “องค์กรคุณธรรม” และการขับเคลื่อนพลัง “บวร” ของภาครัฐ
