ทั้งนี้ ฝ่ายโจทก์ฟ้องว่า หนังสือดังกล่าว ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย และอาจส่งผลให้ผู้รับใบอนุญาตช่องรายการโทรทัศน์ ระงับการเผยแพร่รายการต่าง ๆ ผ่านทางบริการของบริษัท พร้อมอ้างว่า สำนักงาน กสทช. ยังไม่มีระเบียบเฉพาะในการกำกับดูแลกิจการ OTT (Over the TOP หรือการให้บริการเนื้อหาผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต) ซึ่งโจทก์แจ้งว่าบริษัทเป็น OTT จึงไม่ต้องรับใบอนุญาตจาก กสทช. เหมือน IPTV
พิพากษาจำคุก "พิรงรอง"
ในเวลาต่อมา ศาลอ่านคำพิพากษา ระบุว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่าการออกอากาศบนแพลตฟอร์ม ทรู ไอดี เป็นการออกอากาศผ่าน OTT นั้นยังไม่มีข้อกฎหมายที่จะต้องขออนุญาตจาก กสทช. และการกระทำของจำเลยที่มีการเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่กสทช.ออกหนังสือเป็นการและมีคำพูดในทำนองว่า ตลบหลัง และการล้มยักษ์นั้น ทำให้มีหลักฐานชัดเจนว่า จำเลยมีเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์ได้รับความเสียหาย การต่อสู้ของจำเลยเป็นการกล่าวอ้างลอยๆไม่มีพยานหลักฐานน้ำหนักให้หักล้างพยานโจทก์ได้
พิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ให้ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี