ร้านอาหาร รับดีใจ แต่ไม่มีผลต่อยอดขายแม้ "ต้มยำกุ้ง" เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
04 ธ.ค. 2567 | natthanan_chu

ร้านอาหารตามสั่ง-คาเฟ่ ยินดีที่ "ต้มยำกุ้ง" ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม รับไม่มีผลต่อยอดขายเพราะ "ไม่ได้อยู่ในแหล่งท่องเที่ยว"
ข่าว
04 ธ.ค. 2567 | natthanan_chu

ร้านอาหารตามสั่ง-คาเฟ่ ยินดีที่ "ต้มยำกุ้ง" ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม รับไม่มีผลต่อยอดขายเพราะ "ไม่ได้อยู่ในแหล่งท่องเที่ยว"
จากกรณีที่การประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 19 (The 19th Session of the Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) ณ กรุงอะซุนซิออง สาธารณรัฐปารากวัย ได้ประกาศรับรอง “ต้มยำกุ้ง” Tomyum Kung ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ตามที่ประเทศไทยเสนอโดยมีใจความว่า ต้มยำกุ้งเป็นอาหารของภาคกลาง สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และได้รับความนิยมไปทั่วโลก จนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ขอเชิญชวนให้รับประทานต้มยำกุ้งที่ร้านอาหารไทยทั่วโลก หรือหาวิธีทำทางออนไลน์ เพื่อทำต้มยำกุ้งรับประทานที่บ้าน
4 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถาม ร้านอาหารตามสั่ง ถึงความรู้สึกที่ต้มยำกุ้งได้รับรางวัลในครั้งนี้
โดย น.ส.สุขศรี อายุ 45 ปี เจ้าของร้านยัยไหมอิ่มบุญ เทิดราชัน 25 ดอนเมือง กล่าวว่าว่า ก็ดีคนนะ ทั่วโลกจะได้รู้จักอาหาร ไทยโดยเฉพาะ "ต้มยำกุ้ง" ในฐานะที่ตนเองเป็นคนทำอาหาร จุดเด่นของต้มยำกุ้ง จะอยู่ที่เครื่องเทศ ตะไคร้ ข่า พริก เห็ด พริกขั้ว ที่ทำให้รสชาติจัดจ้าน
ส่วนตัวมองว่าไม่มีผลกระทบกับร้านตัวเอง เพราะร้านเราไม่ได้อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติ
ซึ่งร้านเราเป็นร้านบ้านๆส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการ แท็กซี่ และชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งปกติรายได้ต่อเดือนคือ 2 หมื่นกว่าบาท
ซึ่งเมนูต้มยำกุ้งที่ร้านจะขายได้ประมาณ 9-10 หม้อ แทบจะไม่มีผลกระทบ
ด้าน นายไพรัตร ใจบุญ เจ้าของร้าน เพลินพิง คาแฟ่ เทิดราชัน 7 ระบุว่า ส่วนตัวมองว่าดีใจที่ "ต้มยำกุ้ง" ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนะธรรม แต่คงไม่มีผลซักเท่าไหร่ สำหรับร้านที่ขายทั่วไป ไม่ได้ขายในแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่วนตัวอยากให้ทุกร้านที่ทำต้มยำกุ้งขายช่วยกันรักษาคุณภาพของอาหารอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคา
ด้านลูกค้าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าก็ดี แต่ก็ไม่ได้มีผลกับการใช้ชีวิตหรือการกินซักเท่าไหร่