เนชั่นทีวี

ข่าว

พบ "พะยูน" โผล่ดำผุดดำว่ายใกล้สะพานราไวย์ ผู้เชี่ยวชาญคาดย้ายถิ่นมาจากทะเลตรัง

20 ส.ค. 2567 | katatep_lue

พบ "พะยูน" โผล่ดำผุดดำว่ายใกล้สะพานราไวย์ ผู้เชี่ยวชาญคาดย้ายถิ่นมาจากทะเลตรัง

พบ "พะยูน" โผล่ดำผุดดำว่ายใกล้สะพานราไวย์ จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ หวั่นเกิดอันตราย ด้าน ผู้เชี่ยวชาญคาดเจ้าดุหยงอาจย้ายถิ่นมาจากทะเลตรัง หลังหญ้าทะเลเสื่อมโทรมหนัก

20 สิงหาคม 2567 เพจ ศูนย์ข้อมูล ภูเก็ต Phuket Info Center แชร์คลิปวีดีโอความยาว 41 วินาที พร้อมระบุข้อความว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ พบ "พะยูน" ที่สะพานหาดราไวย์ ฝั่งตะวันตกของภูเก็ต แจ้งเตือนเดินเรือ ด้วยความระมัดระวัง ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย 

หลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ

  • มายังไงครับ มากี่ตัว ช่วยกันดูด้วยแลน้องด้วยครับ
  • ระวังมีคนไปจับครับ
  • กลัวน้องจะโดนใบพัดเรือ ขับกันเร็วเกิน
  • จนท.จากศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก ทช.ได้รับแจ้งแล้วครับ กำลังเดินทางไปที่ราไวย์ 

ต่อมา  นายนิกร ปภากิจยศพัฒน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลไวย์ ได้เข้าตรวจสอบตามที่ชาวประมงได้พบพะยูน เข้ามายังสะพานตำบลราไวย์ พบว่าพะยูนตัวเต็มวัย กำลังว่ายน้ำวนเวียนอยู่ในทะเล และโผล่ขึ้นมาหายใจเหนือน้ำเป็นบางครั้งบางคราว 

นายนิกร เปิดเผยว่า ตามที่ชาวบ้านแจ้งมาว่าเจอพะยูนบริเวณสะพานหาดราไวย์ วันนี้ตนจึงลงพื้นที่และเดินดูพบว่าเป็นพะยูนจริงๆได้โผล่ขึ้นมาให้เห็น ซึ่งถือว่าในตำบลราไวย์ ยังมีความสมบูรณ์ ยังมีพืชที่พะยูนเข้ามากิน ไม่อย่างนั้นพะยูนคงจะไม่เข้ามา

พบ "พะยูน" โผล่ดำผุดดำว่ายใกล้สะพานราไวย์ ผู้เชี่ยวชาญคาดย้ายถิ่นมาจากทะเลตรัง

ผู้เชี่ยวชาญคาด "พะยูน" โผล่ใกล้สะพานราไวย์ ย้ายถิ่นมาจากทะเลตรัง

ล่าสุด นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kongkiat Kittiwatanawong พร้อมภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณสะพานราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยได้ระบุข้อความว่า สะพานราไวย์อยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดภูเก็ต ภาพถ่ายเมื่อสี่ปีที่แล้ว พบมีหญ้าชะเงาใบมนขึ้นเป็นหย่อม พื้นที่นี้ไม่เคยพบพะยูนมาก่อน แต่วันนี้เราพบน้องมาแล้ว เป็นภาพวิดีโอ "พะยูน" เต็มวัยที่ถ่ายจากบริเวณสะพานราไวย์

พะยูนที่พบน่าจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์หญ้าทะเลตรังที่เสื่อมโทรม พะยูนจำนวนมากที่นั่นหายไป โดยคาดว่าเป็นการย้ายถิ่นไปหาแหล่งหญ้าอื่น

ต่อมา ได้มีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็น ว่า สมัยก่อนราไวย์สมบูรณ์ มีหญ้าทะเลและสาหร่ายทะเลหลายแบบ ตั้งแต่ท่าเรืออ่าวฉลอง หาดมิตรภาพ แหลมกาน้อย แหลมกาใหญ่ หาดราไวย์ มุมปากบาง มีกลุ่มปะการังอีกเป็นดง ถ้ามีเรือและคนเดินเก็บมากเกินไปก็ทำลายไปมาก เรือที่จอดริมชายหาดควรสร้างท่าเรือให้จอดเรือไว้ทั้งหมด เพื่อชายหาดได้เล่นน้ำและกำหนดเขตน้ำลึกที่อันตราย แต่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ 

พบ "พะยูน" โผล่ดำผุดดำว่ายใกล้สะพานราไวย์ ผู้เชี่ยวชาญคาดย้ายถิ่นมาจากทะเลตรัง
อย่างไรก็ตาม หลังมีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกไป นายก้องเกียรติ พร้อมทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพะยูน บริเวณสะพานราไวย์ ทันที โดย นายก้องเกียรติ เปิดเผยว่า เป็นครั้งแรกที่พบพะยูนตัวเป็นๆ ในฝั่งนี้ โดยบริเวณตรงนี้เมื่อ 4 ปีก่อนพบหญ้าทะเลที่เรียกว่าหญ้าใบมน ซึ่งเป็นอาหารพะยูนต้นขนาดเล็กขึ้นอยู่บริเวณสองฝั่งของสะพานราไวย์ กระทั่งวันนี้พบพะยูนได้เข้ามาอาศัย

เบื้องต้น มีข้อมูลว่ามีพะยูนถึง 9 ตัวที่หากินอยู่แถบนี้ แต่ด้วยขนาดของแหล่งหญ้าอาจไม่สามารถรองรับพะยูนได้จำนวนมาก จึงเชื่อว่าพะยูนจะเข้ามาอยู่เป็นการชั่วคราว 

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยทรัพยากรฯ กล่าวด้วยว่า การพบพะยูนที่ภูเก็ตอาจเป็นเพราะสถานการณ์หญ้าทะเลเสื่อมโทรมที่ จ.ตรัง ทำให้พะยูนจำนวนมากกว่า 50 ตัวหายไปจากพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้พบมีการย้ายถิ่นไปที่บริเวณอ่าวพังงาตอนใน และรวมถึงที่หาดราไวย์ด้วย สิ่งที่ห่วงใยคือสภาพแวดล้อมที่พะยูนอาจไม่คุ้นนัก ทำให้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมามักจะถูกคุกคาม จึงพบการตายของพะยูนหลายตัว 

พบ "พะยูน" โผล่ดำผุดดำว่ายใกล้สะพานราไวย์ ผู้เชี่ยวชาญคาดย้ายถิ่นมาจากทะเลตรัง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า หลังจากข่าวการพบพะยูนแพร่สะพัดออกไป ได้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวต่างพากันดูพะยูนที่บริเวณสะพานราไวย์สร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก บางคนเพิ่งเคยเห็นพะยูนเป็นครั้งแรกในชีวิต บางคนเพิ่งเคยเห็นครั้งแรกในจังหวัดภูเก็ต โดยมีเจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายากนำเรือยางออกไปลอยลำคอยเฝ้าระวังพะยูนด้วย




ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : Kongkiat Kittiwatanawong

ข่าวล่าสุด