"ทนายอนันต์ชัย" เชื่อคดีเชื่อมจิตใกล้จบ จ่อเอาผิดหากจัดสัมนาสาวก
08 ส.ค. 2567 | titayu_pur

"ทนายอนันต์ชัย" เชื่อคดีเชื่อมจิตใกล้จบ จ่อดำเนินคดีหากมีการจัดสัมนาสาวกลัทธิเชื่อมจิต ตัดพ้อหน่วยงานรัฐลอยตัวไม่จัดการ ทั้งที่ชัดเจนว่าบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา
ข่าว
08 ส.ค. 2567 | titayu_pur

"ทนายอนันต์ชัย" เชื่อคดีเชื่อมจิตใกล้จบ จ่อดำเนินคดีหากมีการจัดสัมนาสาวกลัทธิเชื่อมจิต ตัดพ้อหน่วยงานรัฐลอยตัวไม่จัดการ ทั้งที่ชัดเจนว่าบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา
8 สิงหาคม 2567 ที่สภาทนายความ ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เปิดเผยความคืบหน้า การดำเนินคดีลัทธิเชื่อมจิตว่า ส่วนเรื่องการดำเนินการ เวลานี้กระบวนการทางกฎหมาย เกี่ยวกับลัทธิเชื่อมจิตในการดำเนินคดีจบแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของ ปอท. และสอบสวนกลาง ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 เดือนในการทำงาน ถือว่ามีความรวดเร็ว
มีทั้งการวรวบรวมพยานหลักฐาน การไล่เส้นทางการเงินว่า เงินมาจากไหนและไปทางไหน แต่ไม่สามารถบอกในรายละเอียดได้ เพราะเป็นเรื่องของสำนวนการสอบสวน แต่เรื่องนี้ในส่วนตัวถือว่า ปอท.เป็นพระเอก เพราะตนทำสำนวนส่งให้พนักงานสอบสวนเอง ส่วนที่ศาลเยาวชนตนไม่ได้ทำเอง จึงไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าจะมีการออกหมายเรียก และหมายจับในเร็วๆ นี้
คดีนี้ถ้าหากว่าลัทธิเชื่อมจิตชนะ นั่นหมายถึงพุทธเถร พระไตรปิฎกจบเลย เพราะลัทธิจะเกิดขึ้นอีกมากมาย โดยที่พระไตรปิฎกไม่มีความหมาย พวกนี้ตัวเองถือว่าเป็นกบฏทางพระพุทธศาสนา เมื่อไหร่ที่หมายเรียกหมายจับออกและถูกดำเนินคดี และมีคำพิพากษานั่นคือกบฏ ในความเห็นส่วนตัวต้องไม่ชนะ ไม่งั้นสำนักพุทธ มหาเถรสมาคม คณะสงฆ์ไทย พม. ปอท. สถาบันศาสนา จบแล้ว ต่อไปพุทธเถรวาทเราจะล่มสลายเหมือนอินเดีย
ทนายอนันต์ชัย ระบุว่า ขณะนี้ไม่ได้น้อยใจหรือท้อใจ แต่รู้สึกสังเวชใจว่า ทำไมรัฐถึงไม่ดำเนินการให้เด็ดขาด ทั้งทั้งที่เป็นศาสนาหลัก มีประชาชนนับถือมาก ตลอดชีวิตการเป็นทนาย ตนเกือบเฉียดตายมาแล้ว ดังนั้นการมาโลดแล่นในวงการนี้ จะท้อถอยไม่ได้เลย แต่หน่วยงานของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นสำนักพุทธ หรือคณะสงฆ์ไทย ไม่เอาใจใส่เกี่ยวกับลัทธิเชื่อมจิตเท่าที่ควร ปล่อยให้ประชาชนและสื่อมวลชน และพุทธศาสนิกชน มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านลัทธิดังกล่าว อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ทุกคนโดนคดีกันหมด ขณะที่รัฐลอยตัว ไม่เคยออกแอ็คชั่น
"ทุกวันนี้แม้มติเถรสมาคม มีพระโอวาทของสมเด็จพระสังฆราชว่า ลัทธินี้เป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา แต่เขาก็ไม่เคยเกรงกลัว แต่ทุกคนกลับดำเนินการเผยแพร่ลัทธิดังกล่าวนี้อยู่อีก"
ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า วันที่ 22 ก.ย. นี้ ลัทธิเชื่อมจิตจะไปสัมมนาที่ห้างดังแถวเลียบด่วน หน่วยงานรัฐก็ยังเพิกเฉย ปล่อยประชาชนต้องออกมาร้องแรกแหกกระเชอ แต่รัฐกลับเฉย ทั้งที่สถาบันพุทธศาสนาเป็นสถาบันหลัก วันนี้ถ้าไม่ได้ทุกคนช่วยกันผลักดัน คงจะไม่ได้มาถึงวันนี้ ใจเราก็สู้ไม่ถอย และสู้ต่อไป เราภูมิใจที่ได้รักษาสถาบันหลักของชาติ
ส่วนกรณีที่จะมีการเปิดสัมนา ในความเห็นส่วนตัวไม่ควรทำ เพราะมหาเถรสมาคมมีความเห็นที่ 424/2567 การเชื่อจิตเป็นลัทธิซึ่งขัตต่อมติเถรสมาคม แล้วกำลังถูกดำเนินคดีข้อหา พ.ร.บ.คอมฯ , พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก , พ.ร.บ.ฟอกเงิน ฉ้อโกงประชาน , พ.ร.บ.ควบคุมเรี่ยไร
การที่ห้างหนึ่งมาจัดทำถือว่าเป็นความผิดพลาด ไม่รู้หรือว่าสิ่งที่เขาจะทำสัมนาคือลัทธิ ไม่ได้เป็นศาสนาแล้วไปสนันสนุน เป็นการบ่อนทำลายพุทธศาสนา และหากมีการจัดขึ้นมาจริงๆ ก็คงจะต้องแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาสนับสนุน ซึ่งถือว่าตนได้ออกมาเตือนก่อนแล้ว ตอนนี้ความผิดยังไม่เกิด แต่ถ้าหากจัดวันไหนวันรุ่งขึ้นตนก็จะดำเนินคดีทันที