“นิติพล” ห่วงรัฐทุ่มงบทำ”ดิจิทัลวอลเล็ต“ ทำไร้งบรับมือวิกฤตโลกรวน
03 ส.ค. 2567 | thanita_boo

“นิติพล ผิวเหมาะ” ชี้รัฐทุ่มงบประมาณลง ”โครงการดิจิทัลวอลเล็ต“ หมดหน้าตัก ห่วงไร้งบรับมือวิกฤตโลกรวนในอนาคต
ข่าว
03 ส.ค. 2567 | thanita_boo

“นิติพล ผิวเหมาะ” ชี้รัฐทุ่มงบประมาณลง ”โครงการดิจิทัลวอลเล็ต“ หมดหน้าตัก ห่วงไร้งบรับมือวิกฤตโลกรวนในอนาคต
นายนิติพล ผิวเหมาะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วนสิ่งแวดล้อม พรรคก้าวไกลกล่าวว่า แม้ว่าเรื่องเศรษฐกิจไทยในขณะนี้เป็นเรื่องสำคัญที่น่ากังวล แต่การบริหารจัดการงบประมาณต้องมีความเหมาะสม มีการจัดวางน้ำหนักความสำคัญให้ครอบคลุม ซึ่งสิ่งแวดล้อมเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องวางแผนให้ดี เพราะขณะนี้เรากำลังอยู่ในภาวะโลกรวน คือรวนหมดทั้งโลกที่ส่งผลถึงกันและทำให้ภัยพิบัติเกิดได้ถี่ขึ้น หนักขึ้น บางที่ไม่เคยเกิดก็เกิด หรือที่เคยเกิดก็เกิดรุนแรงแบบไม่เคยเจอมาก่อน ดังที่พี่น้องประชาชนหลายสิบจังหวัดกำลังประสบอุทกภัยอยู่ตอนนี้
"แต่ผมเริ่มมองเห็นสัญญาณที่ไม่ดีนักในการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติหรือวิกฤตต่างๆของภาครัฐ และคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการบริหารจัดการงบประมาณของภาครัฐไม่มากก็น้อย เนื่องจากท่ามกลางกระแสตีปี๊บโหมผลงานการลงทะเบียนดิจิทัลวอลเล็ตคึกคัก สิ่งที่ซ่อนอยู่และดูเหมือนจะให้ความสำคัญน้อยกว่ามากคือสถานการณ์น้ำท่วมภาคอีสานและภาคตะวันออกซึ่งมีมากกว่าสิบจังหวัดได้รับผลกระทบแล้ว และยังไม่มีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้จากรัฐบาลมากนัก"
นายนิติพล กล่าวต่อว่า เหตุภัยพิบัติเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมพร้อม ทั้งก่อนเกิดเหตุ ไม่ว่าคน อุปกรณ์ การแจ้งเตือนภัย ช่วงเกิดเหตุที่ต้องเข้าไปกู้ภัยรวมถึงอาจต้องกู้ชีพ และการอพยพต่างๆ และหลังเกิดเหตุคือการฟื้นฟูเยียวย ทั้งหมดควรเริ่มต้นตั้งแต่การมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน รวมถึงมีงบประมาณที่พร้อมไว้ตลอดเวลาเพื่อสนับสนุนแผนงานและสร้างความอุ่นใจให้ทุกหน่วยงานกล้าที่จะสั่งการทันทีที่มีเหตุ ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เช่นว่าประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติไปแล้วจะนำเงินที่ไหนไปเยียวยาประชาชน เป็นต้น
"แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือรัฐบาลขยับเรื่องนี้น้อยมาก มากจนเหมือนไม่อยากทำอะไร ผมขอสันนิษฐานว่าเป็นเพราะถ้าท่านขยับมากก็จะต้องควักงบกลางออกมามาก ซึ่งท่านไม่อยากใช้กลัวจะไปกระทบเงินที่กันไว้ใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตหรือไม่ จึงทำให้ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนถูกสื่อสารออกมาน้อยหรือให้ความสำคัญน้อยกว่าที่ควรเป็น
"สถานการณ์ของประเทศตอนนี้การให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ควรทำก็จริงอยู่ แต่เราจะละเลยเรื่องอื่นด้วยไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมหรือภาวะโลกรวนที่ขณะนี้ถือว่าวิกฤตไปทั้งโลก ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการคาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบสูงเป็นอันดับต้นๆและจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากมาย เช่น สมมติพืชผลเกษตรมีผลผลิตน้อยจากภาวะอากาศเปลี่ยน หรือมากจนล้นทำให้ตลาดราคาตก เหล่านี้ก็กระทบต่อเกษตรกรซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศทั้งสิ้น"
นายนิติพล ระบุอีกว่า เรายังมีวิกฤตจากคนทำขึ้นเองที่คาดไม่ถึงเข้ามาแทรกด้วย อย่างกรณีปลาหมอคางดำ ที่มูลค่าความเสียหายอาจไปถึงหลักหมื่นล้านบาทและทำให้นิเวศท้องถิ่นเสียไป แต่รัฐกลับเจียดงบกลางมาทำเรื่องนี้เพียง 450 ล้านบาท งบแค่นี้แค่ใช้เพื่อการรับซื้อในราคา 15-20 บาทต่อกิโลกรัมเพื่อดึงดูดให้จับก็ไม่พอแล้วเพราะปริมาณปลามันมหาศาลและกระจายไปเกือบทั่วประทศ ยังไม่ต้องพูดถึงการเยียวยาบ่อกุ้ง บ่อปูที่โดนเจ้าพวกคางดำเหล่านี้ทำลายเกลี้ยงบ่อ หากดูจากงบกลางที่เจีบดมาแบบขอไปที ดูเหมือนรัฐไม่ได้มีแผนจะช่วยพวกเขาเลย
"ผมคิดว่าปัญหาการใช้งบกลางหรืองบฉุกเฉินได้ไม่ลื่นไหล ไม่ใช่เพราะรัฐไม่มีเงิน แต่เป็นเพราะเอาเงินทั้งหน้าตักไปลงกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตหมดจึงเป็นห่วงจริงๆ ทั้งในเวลานี้และอนาคตที่เราต้องเผชิญภัยพิบัติที่จะถี่และแรงขึ้นเรื่อยๆจากภาวะโลกรวน เราจะเหลือเงินไปรับมือสถานการณ์เหล่านี้ไหม
"ย้ำอีกครั้ง ผมไม่ปฏิเสธเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องทำอย่างมีแผนและเป้าหมาย ไม่ใช่ทำเพราะกลัวเสียหน้า และที่สำคัญคือต้องมีวิสัยทัศน์การเตรียมแผนรับมือความเสี่ยงต่างๆควรเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญทางงบประมาณไว้ด้วย แต่ถ้าดูจากการจัดงบที่มุ่งไปเฉพาะดิจิทัลวอลเล็ตเท่านั้น ทำให้ผมรู้สึกกังวลต่ออนาคตจริงๆ" นิติพล ระบุ