พบ "เกษียร" คนรับเงินซ้อลักษณ์เป็นเพื่อนประธานมูลนิธิสาว
สำหรับชายที่เป็นผู้รับโอนเงินจาก "ซ้อลักษณ์" ที่ชื่อว่า "เกษียร" ซึ่งต้นอ้อบอกกับซ้อลักษณ์ว่า เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยนั้น จากการตรวจสอบพบว่า "นายเกษียร" เป็นเพื่อนกับต้นอ้อ เพราะไปเจอภาพที่รับปริญญาตรีร่วมกัน เมื่อเดือน มี.ค. 67 ที่ผ่านมา จึงเป็นคำถามว่า "วุฒิปริญญาตรี" หากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยจริง เพียงพอหรือไม่
นอกจากนี้ยังพบว่า "นายเกษียร" มีชื่อสมัครเรียนด้วยเหมือนกันในระดับปริญญาโท ตามเอกสารการเผยเเพร่ของทางมหาวิทยาลัย ในภาคเรียนการศึกษาปีเดียวกัน จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ปัจจุบัน "นายเกษียร" เป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับบุคคลในวงการการเมือง
และจากการตรวจสอบ พบภาพของนายเกษียร เมื่อปี 63 มีบัตรติดที่หน้าอก มีโลโก้ของรัฐสภา นักข่าวพยายามที่จะติดต่อเพื่อให้นายเกษียรชี้เเจง เเต่ปรากฎว่าไม่สามารถติดต่อได้ว่า เหตุใดเป็นบัญชีการรับโอนเงินจาก "ซ้อลักษณ์" หรือมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ กับการซื้อขายวุฒิดังกล่าว เพราะตอนนี้ถูกทางทนายของ "ซ้อลักษณ์" ระบุว่า มีความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงด้วย
"วิสุทธิ์" ยัน "เกษียร" แค่คนขับรถ ถูกฝากโอน
ต่อมาผู้สื่อข่าวพบว่า "นายเกษียร" เป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล โดย นายวิสุทธิ์ เปิดเผยว่า นายเกษียรเป็นคนขับรถของตนมานานเเล้ว ไม่ใช่ผู้ช่วย สส. ตอนนี้ตนทราบเรื่องทั้งหมดเเล้ว เเละได้เรียกนายเกษียร มาสอบถาม เขาบอกว่า แค่ทำหน้าที่ฝากโอนจากคนที่เขารู้จัก ตอนนี้ได้ไปลงบันทึกประจำวันเเล้วด้วยกันทั้งคู่ เเละตนก็เรียกมาด่านานกว่า 2 ชั่วโมง ว่า อย่าไปเขื่อคนง่าย ๆ ซึ่งนายเกษียรบอกว่า เห็นว่าเขาน่าเชื่อถือ ก็เลยรับฝากโอน
นายวิสุทธ์ ย้ำว่า นายเกษียร ไม่ได้เป็นคณะทำงาน จึงไม่จำเป็นต้องปลดออก ที่เขาไม่ได้เป็นผู้ช่วย สส. เพราะยังไม่จบปริญญาตรี เเต่ตอนนี้เขาจบปริญญาตรีเเล้ว หากนายเกษียรทำผิด ก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ
ส่วนกรณีที่มีติดบัตรคล้ายกับเป็นผู้ติดตามผู้ช่วยนักการเมือง นายวิสุทธิ์ อธิบายว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้ออกบัตรให้ เพราะไม่ใช่ผู้ช่วย เเต่เขาอยู่สภามานาน รู้จักกับคนในสภาก็เลยไปขอ "ครูเเก้ว" หรือ "นายศุภชัย โพธิ์สุ" สมัยเป็นรองประธานสภาให้ออกบัตรให้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าออก
"เกษียร" ยัน ถูกฝากโอน ปัดเอี่ยวซื้อขายวุฒิ
ล่าสุดทีมข่าวได้รับข้อมูลว่า เมื่อช่วง 16.00 น. นายเกษียร ศรีจันทร์ และนางชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อบันทึกลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 66 ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จาก นางชลิดา พะละมาตย์ มาหาข้าพเจ้านายเกษียร ศรีจันทร์ เพื่อขอเลขที่บัญชีธนาคาร เพื่อจะฝากให้ดำเนินการโอนต่อเพื่อลงทะเบียนเรียน
ต่อมา เวลา 12:23 น. วันเดียวกันนั้น มีการโอนเงินเข้ามาในบัญซี่ข้าพเจ้า จำนวน 50,000 บาท และ ข้าพเจ้าได้ทำการโอนเงินต่อให้ อ.พริมรฎา อาจารย์มหาลัยพิษณุโลก ตามเลขที่พร้อมเพย์ ที่นางสาวชลิดา แจ้งมาจำนวน 50,000 บาท ซึ่งข้าพเจ้าได้โต้แย้งว่า ทำไม่ไม่โอนเงินเข้าบัญชีของชลิดาโดยตรง โดยชลิดาแจ้งว่า ไม่สะดวกดำเนินการเนื่องจากเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่
ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 67 เวลา 10:49 น. ได้มีเงินโอนเข้าบัญชีข้าพเจ้าจำนวน 50,000 บาท และนางชลิดา โทรติดต่อข้าพเจ้าว่า ให้โอนต่อไปยังอาจารย์พริมรฎา ข้าพเจ้าจึงได้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์จำนวนเงิน 50,000 บาท ในวันเดียวกันนั้น
และต่อมาเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 67 เวลา 15:36 น. ได้มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีข้าพเจ้าอีกจำนวนเงิน 99,500 บาท และ นางชลิดา ได้โทรมาแจ้งให้ข้าพเจ้าโอนเงินให้ อ.พริมรฎา ในบัญชีพร้อมเพย์ เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท และในส่วนที่เหลืออีก 49,500 บาท นางชลิดาแจ้งว่า อาจารย์ให้เก็บไว้ที่นางชลิดาก่อน เนื่องจากในช่วงก่อนจบการศึกษาจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ข้าพเจ้าจึงได้ทำการโอนเงินที่เหลือ เข้าบัญชีพร้อมเพย์ของนางชลิดา จำนวน 49,500 บาท ตามที่นางชลิดาได้แจ้งกับข้าพเจ้า การรับฝากโอนเงินทั้ง 3 ครั้งนี้ ข้าพเจ้าไม่ได้ติดต่อประสานงาน และมีผลประโยชน์แม้แต่บาทเดียว กับผู้ที่โอนเงินมายังบัญชีของข้าพเจ้าโดยตรง ผู้แจ้งนางชลิดา ซึ่งเป็นผู้ร้องขอให้นายเกษียร เป็นผู้ดำเนินการโอนเงิน ขอรับรองว่า เป็นการดำเนินการของผู้แจ้งนางชลิดา แต่เพียงผู้เดียว เหตุเกิดที่พื้นที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงมาแจ้งบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ต่อหน้าพนักงานสอบสวนไว้เป็นสำคัญ