6.สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น
- ทุกคนในครอบครัวควรช่วยกันทำงานบ้าน
- ควรปรึกษาหารือและแสดงความคิดเห็นร่วมกัน
- จัดทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว
- เผื่อแผ่น้ำใจให้กันและกัน
7.ป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาท
- ควรระมัดระวังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุภายในบ้าน เช่น ระบบไฟฟ้า เตาแก๊ส ของมีคม และการจัดเก็บธูปเทียนให้ถูกต้อง
- ควรระมัดระวังเพื่อป้องกันอุบัติภัยในที่สาธารณะ เช่น การปฏิบัติตามกฎระเบียบและความปลอดภัยในการเดินทางทางบกและทางน้ำ หรือในบริเวณก่อสร้าง
8.ออกกำลังกายสม่ำเสมอและตรวจสุขภาพประจำปี
- ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ ไม่น้อยกว่า 30 นาที
- ออกกำลังกายและเล่นกีฬาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและวัย
- ตรวจสุขภาพประจำปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
9.ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ
- พักผ่อนและนอนหลับให้เพียงพอ
- จัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านและที่ทำงานให้น่าอยู่
10.มีสำนึกต่อส่วนรวม ร่วมสร้างสรรค์สังคม
- หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุ อุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โฟม พลาสติก
- กำจัดขยะภายในบ้าน
- มีและใช้ส้วมที่ถูกสุขลักษณะ
- ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด เป็นต้น
การปฏิบัติตามสุขบัญญุติ 10 ประการ จะทำให้มีสุขภาพที่ดี จิตใจแข็งแรง มีสมรรถนะในการเรียนหรือทำงาน และมีความสามารถในการต้านทานโรค ซึ่งการละเลยในการปฏิบัติสุขบัญญัติข้อใดข้อหนึ่ง ทำให้เรามีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย หรืออันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งอาจจะเริ่มต้นด้วยการเจ็บป่วยเล็กน้อย แต่อาจเป็นบ่อเกิดของโรคแทรกซ้อนที่อันตรายร้ายแรงตามมาได้
การดูแลสุขภาพในช่วงหน้าฝน
ช่วงหน้าฝนแบบนี้ เราสามารถดูแลสุขภาพได้ โดยการปฏิบัติตามแนวทางของสุขบัญญัติข้อที่ 1 ดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด ซึ่งเป็นเรื่องของสุขอนามัยส่วนบุคคลที่เป็นพื้นฐานของการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคสำหรับทุกคน หมั่นใส่ใจความสะอาด ทำให้เป็นนิสัย จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ลดโอกาสในการเกิดโรคที่จะตามมา ดังนี้
1.ดูแลร่างกายให้สะอาดและไม่เปียกชื้น สวมใส่เสื้อผ้าที่แห้งสะอาดเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ
2.เสื้อผ้าเครื่องใช้ส่วนตัว เครื่องนอน ซักให้สะอาดและตากแดดให้แห้งสนิทก่อนนำมาใช้
3.ห้องนอนไม่ควรมีความชื้นจากฝน หากที่นอนเปียกละอองฝนไม่ควรนำมาใช้ เมื่อแดดออกให้รีบนำออกผึ่งแดด เปิดห้องให้อากาศไหลเวียนและขจัดความชื้นในห้อง
4.หลีกเลี่ยงการตากฝนหรือโดนละอองฝน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้รีบหาที่หลบฝนให้เร็วที่สุดและ ทำให้ตัวแห้ง ทำความสะอาดร่างกาย เช็ดตัวและผมให้แห้ง สวมใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่น ทำร่างกายให้อบอุ่น โดยอาจแช่เท้าในน้ำอุ่นๆ หรือดื่มน้ำขิงอุ่นๆ
5.หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่ซักไม่แห้ง มีกลิ่นอับชื้น ซึ่งส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพของผู้สวมใส่และก่อให้เกิดโรคผิวหนังตามมา
เคล็ดลับซักและตากผ้าในช่วงหน้าฝน
ซักผ้า
- แยกผ้าแห้ง-เปียก
- ซักทันที ไม่ควรหมกทิ้งไว้
- ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มช่วยให้ผ้าแห้งง่ายขึ้น
- ผสมน้ำส้มสายชู หรือเบกกิ้งโซดากับผงซักฟอกในการซักผ้า
ตากผ้า
- หากซักมือ ต้องสะบัดให้แห้งที่สุด
- ไม่ควรตากผ้าบนราวจนแน่น
- ควรตากผ้าในที่อากาศถ่ายเท จะทำห้ผ้าแห้งไว ไม่เหม็นอับ
- ใช้พัดลมช่วย หากตากผ้าในที่ร่ม
นอกจากนี้ ควรเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้ตัวเองด้วยการรับประทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น คะน้า บรอกโคลี่ ปวยเล้ง ส้ม มะขามป้อม ฝรั่ง ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ซึ่งในหน้าฝนก็สามารถออกกำลังกายในที่ร่มได้ เช่น กระโดดเชือก โยคะ ใช้เครื่องออกกำลังกาย ลู่วิ่ง กายบริหาร เป็นต้น
ขอบคุณข้อมูลจาก :
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
โรงพยาบาลบุรีรัมย์
Rattinan Medical Center
สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ)
กองสุขศึกษา กระทรวงสาธารณสุข