เนชั่นทีวี

ข่าว

อดีตผู้สมัคร สก.ก้าวไกล ยกสิงคโปร์ต้นแบบ ออก กม.แก้ปัญหาเมืองร้อน

14 พ.ค. 2567 | thanita_boo

อดีตผู้สมัคร สก.ก้าวไกล ยกสิงคโปร์ต้นแบบ ออก กม.แก้ปัญหาเมืองร้อน

อดีตผู้สมัคร สก.ก้าวไกลดุสิต ยกสิงคโปร์เป็นแบบอย่าง ออกนโยบาย-กฎหมายแก้ปัญหาเมืองร้อน ผิดหวังย้อนดูสภา กทม.คว่ำ 2 ร่างข้อบัญญัติ “รถเมล์อนาคต-พื้นที่สีเขียว” ชี้ให้เห็นความต่างเจตจำนงการเมือง

นายธันย์ชนน ศรีอัษฎาวุธกุล ผู้ช่วยรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล และอดีตผู้สมัคร สก.เขตดุสิต พรรคก้าวไกล ได้แสดงความเห็นต่อแนวทางของกรุงเทพมหานคร ในการรับมือสภาวะโลกร้อนผ่านการจัดการเมือง

นายธันย์ชนนระบุว่าปัจจุบันเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธได้แล้วว่าฤดูร้อนที่ผ่านมามีความร้อนกว่าปกติ และเป็นผลมาจากสภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี จากการกระทำและกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการพัฒนาเมืองและอุตสาหกรรม และในเวลาแบบนี้เองที่หลายเมืองในโลกเริ่มมีการปรับตัว เปลี่ยนแปลงกฎระเบียบเพื่อให้การเติบโตของเมืองเป็นไปโดยตอบสนองสภาวะที่เกิดขึ้นนี้

หนึ่งในตัวแบบที่น่าสนใจคือสิงคโปร์ ที่มีการลงมือทำอย่างจริงจัง ถึงขั้นมีการวิจัยอย่างเป็นระบบว่าจะทำอย่างไรให้กิจกรรมของเมืองส่งผลให้เกิดสภาวะโลกร้อนให้น้อยที่สุดและทำให้เมืองเย็นลง โดยมีวิธีการต่างๆ มากมายถึง 86 วิธีในการปรับเปลี่ยนเมืองให้เย็นลงได้ แยกเป็นประเภทได้ตั้งแต่การสร้างพื้นที่สีเขียวจากต้นไม้ การปรับเลชาคณิตของเมือง การใช้น้ำลดความร้อน การใช้วัดุพื้นผิวที่เหมาะสม การสร้างร่มเงา ระบบคมนาคม และการใช้พลังงาน

นายธันย์ชนนกล่าวต่อไป ว่าสิงคโปร์ได้ใช้วิธีการเหล่านี้ไปลงมือปฏิบัติจริง เป็น Cooling Singapore Project มีการออกกฎหมายและระเบียบต่างๆ มารองรับหรือบังคับใช้กับประชาชนและนักพัฒนาเมือง ให้ต่อจากนี้ต้องทำโครงสร้างอาคารให้เป็นไปตามแบบเฉพาะ ต้องมีพื้นที่สวนหรือพื้นที่สีเขียว มีการปลูกต้นไม้ทั่วเมือง นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาสร้างระบบให้ความเย็นอาคารด้วยน้ำ มีระบบ DCS (District Cooling System) การทำระบบความเย็นในเมือง แนวทางการก่อสร้างอาคารรับลมเพื่อแก้ปัญหาความร้อน และมาตรการอื่นๆ เต็มไปหมด

“สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและเจตนารมณ์ของผู้บริหารเมือง ว่าแน่วแน่แล้วที่จะรับมือกับสภาวะโลกร้อนและการลดความร้อนของเมือง อะไรที่เป็นอุปสรรคต้องปรับ อะไรที่ไม่มีกฎหมายรองรับต้องสร้างขึ้นมา” นายธันย์ชนนกล่าว

นายธันย์ชนนกล่าวต่อไป ว่าเมื่อหันกลับมาดูที่ประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สภา กทม. เพิ่งจะคว่ำร่างข้อบัญญัติพื้นที่สีเขียวไป และก่อนหน้านั้นก็คว่ำร่างข้อบัญญัติรถเมล์อนาคต ทั้งสองร่างที่เสนอโดย สก.พรรคก้าวไกล โดยเอาความคลุมเครือทางกฎหมายมาอ้าง ทั้งที่สามารถให้ร่างดังกล่าวผ่านได้ และหากมีผู้โต้แย้งมาทีหลังก็ให้นำไปสู่การตีความโดยหน่วยงานที่มีอำนาจเหนือกว่าได้ 

ซึ่งไปแพ้ตรงนั้นยังดีกว่าการแพ้เพราะคนที่อ้างเป็นตัวแทนของคนกรุงเทพ ที่หาเสียงเรื่องสิ่งแวดล้อมกันทุกฝ่ายทุกพรรค พอถึงเวลาต้องทำจริงกลับยกมือไม่ให้ผ่าน มันแสดงให้เห็นว่าสุดท้ายแล้วเสียงส่วนใหญ่ทำได้แต่อ้างไปวันๆ พอถึงเวลาก็ไร้เจตจำนงในการปฏิบัติจริงๆ

นายธันย์ชนนยังกล่าวต่อไป ว่าในส่วนของกรุงเทพมหานครเอง ในฐานะฝ่ายบริหาร แม้จะไม่มีกฎระเบียบอะไรมารองรับในมาตรการส่วนใหญ่อย่างที่สิงคโปร์ทำได้ แต่ด้วยอำนาจเท่าที่มีอยู่ของผู้ว่า กทม. ก็ยังนับว่าพอมีอะไรที่ทำได้อยู่บ้าง ซึ่งตนอยากให้ผู้ว่า กทม. ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น

แม้การแก้ปัญหาโลกร้อนไม่อาจจะทำให้สำเร็จขึ้นได้ใน 5-10 ปี หรือโดย กทม. แค่เมืองเดียว แต่ในฐานะเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ตนอยากให้ กทม. เริ่มเรียนรู้และปรับหานโยบายและเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อให้คนในเมืองหลวงอยู่ร่วมและมีส่วนร่วมในการบรรเทากับวิกฤตนี้ได้ 

นายธันย์ชนนกล่าวต่อไป ว่ามาตรการทางการบริหารเท่าที่มีอยู่อย่างจำกัดภายใต้กฎหมายและระเบียบที่มีอยู่ก็นับว่าเพียงพอที่จะทำอะไรได้บ้าง อย่างเช่นการปรับตัวให้หน่วยงานในสังกัด กทม. เปลี่ยนมาใช้พลังงาน ev เพื่อลดพลังงานฟอซซิล การรณรงค์ให้ปลูกต้นไม้มากขึ้น พร้อมกันนั้น ก็เรียนรู้ที่จะเรียนรู้ วิจัย หรือจะไปครูพักลักจำวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้เมืองเย็นขึ้นจากตัวแบบอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วก็ยังได้ครับ เรียนรู้สะสมสกิลให้มากที่สุด ทำให้เป็นนิสัย ก็จะสามารถช่วยให้โลกเย็นลงได้อย่างยั่งยืน 

“วันนี้ยังไม่ช้าเกินไปที่จะทำ แต่ถ้าไม่ทำวันนี้ ถึงวันหนึ่งขึ้นมามันอาจจะสายเกินไป ผมอยากให้ กทม. แสดงเจตจำนงออกมา ลงมือทำเท่าที่จะทำได้เพื่อให้โลกวันนี้น่าอยู่ และส่งต่อไปให้คนรุ่นหลังได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปอีกนานๆ” นายธันย์ชนนกล่าว

ข่าวล่าสุด