นายสามารถ กล่าวต่อว่า การประชุมของพรรคก้าวไกล นายชัยธวัชก็ยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ แต่ก่อนหน้าเคยบอกว่า เมื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล และสส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กลับมาแล้วจะคืนตำแหน่งให้กับนายพิธา เพราะนายชัยธวัชเป็นเพียงแค่คนรักษาการเท่านั้น
แต่จริงๆ แล้วนายชัยธวัชน่าจะเสพติดอำนาจในฐานะหัวหน้าพรรค จึงไม่อยากยกตำแหน่งหัวหน้าพรรคคือให้กับนายพิธา ซึ่งเป็นความชอบธรรมในการเป็นหัวหน้าหัวพรรครั้งสุดท้ายของนายพิธาก่อนที่จะมีการยุบพรรค แต่ก็ไม่มีการกระทำนั้นเกิดขึ้น เพราะนายชัยธวัชไม่อยากถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน
นายสามารถ ยังกล่าวต่อว่า นายชัยธวัชน่าจะเป็นผู้นำฝ่ายค้านคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ไม่ยอมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนเห็นการอภิปรายพยายามจะด่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่กล้าด่าเต็มปาก ต่อยแบบมียั้งหมัด ตนเชื่อว่า ประชาชนที่ติดตามฟังอยู่รู้ว่าพรรคก้าวไกลหรี่ตากับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ อย่างที่ตนพูด พรรคก้าวไกลไม่เคยมีฤทธิ์ แต่หลังจากที่คุณทักษิณ ชินวัตร แตะเมืองไทยพรรคก้าวไกลกลับมีฤทธิ์ขึ้นมาทันที
การยุบพรรคก้าวไกลควรที่จะแล้วเสร็จไปตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะการหาเสียงสิ้นสุดไปตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.66 ดังนั้น การกระทำความผิดสำเร็จไปแล้ว ซึ่งเดือนหน้าก็จะครบ 1 ปีแล้ว ในความจริงแล้ว บุคคลใดที่กระทำการล้มล้างการปกครองไม่สามารถเหยียบสภาฯได้หรอก ไม่สามารถเข้าไปมีตำแหน่งเป็น สส.แต่เราก็เห็นว่ามีกระบวนการเลี้ยงพรรคก้าวไกลไว้ องค์กรอิสระ ก็ไม่ได้อิสระจริง ๆ
อย่าง กกต.ที่เก็บเรื่องนี้ไว้ยาวนาน ปล่อยให้เขาหาเสียง ไม่เคยยื่นยุบพรรค ตอนที่เขาเอาเป็นนโยบายหาเสียง กกต.ก็ตรวจสอบให้ผ่าน จากน้ันก็ถูกคนร้องมาอีก พอมาถึงวันที่จะส่งเอกสารจาก กกต.ก็ไม่ครบอีก จึงทำให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องเลื่อนการพิจารณา
ซึ่งวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งให้พรรคก้าวไกล ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาใน 15 วัน ซึ่งถ้าเกิดว่าพรรคก้าวไกลขอขยายระยะเวลา แล้วศาลรัฐธรรมนูญรับ เรื่องนี้มีดีลว่า จะดึงเวลายุบพรรคก้าวไกลให้นานที่สุด เพื่อที่จะให้ สว.หมดอายุ โดยทั้งนี้ตนเชื่อว่าจะยุบพรรคก้าวไกล ไม่เกิน 21 เมษายนนี้ ถ้าเกินยอมโกนหัวไว้อาลัย...กับสังคมไร้มาตรฐานกระบวนยุติธรรมไร้มาตรฐาน ยกประเทศให้พวกเขาเลย