นายนิติพลกล่าวต่อไป ว่าแต่ตั้งแต่กรณีนี้เป็นข่าวมาจนทำให้สังคมตื่นตัว แต่สิ่งที่ตนยังไม่เห็นเลยก็คือนโยบาย การสั่งการ หรือกระทั่งท่าทีจากรัฐมนตรีเจ้าของประเด็น คือนายพัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เพราะกรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นแล้ว ว่าชายฝั่งทะเลของประเทศไทยในพื้นที่ภาคใต้กำลังเผชิญปัญหาที่เป็นวิกฤติ ซึ่งได้ส่งผลอย่างสำคัญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อสัตว์น้ำอนุรักษ์ของประเทศไทยอย่างพะยูน ที่เดิมอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ เป็นเรื่องที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ต้องตั้งต้นมีข้อสั่งการให้เกิดการบูรณาการแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน และเรื่องนี้เป็นเรื่องของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ โดยตรง
“ผมหวังว่าภายในวันสองวันนี้ผมคงจะได้เห็นท่าทีอะไรออกมาจากท่านบ้าง ฝากนักข่าวที่ได้มีโอกาสเจอท่านถามเรื่องนี้ให้หน่อยนะครับ เพราะถ้าเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ กระทบทรัพยากรธรรมชาติสำคัญขนาดนี้ ท่านยังนิ่งเฉยได้อีกผมก็สุดจะเชื่อแล้วล่ะครับ มันแปลว่าท่านไม่ได้มีความรู้ความสามารถอะไรในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพอที่จะมาบริหารกระทรวงสำคัญนี้ได้เลย”
นายนิติพลยังกล่าวต่อไป ว่ากรณีที่เกิดขึ้นและท่าทีการรับมือของรัฐมนตรีต่อเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นลบหรือเป็นบวก จะเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่จะประเมินการทำงานของนายพัชรวาท ในฐานะเจ้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ อย่างไรก็ตาม ตนคาดไว้ล่วงหน้าเลยว่ารัฐมนตรีจะไม่มีปัญญาหรือจะไม่มีความตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหานี้ออกมาแต่อย่างไร ซึ่งเมื่อบวกรวมกับการโดดหนีกระทู้ การนิ่งเฉยต่อประเด็นปัญหาต่างๆ ที่ผ่านมาของนายพัชรวาทแล้ว ตนก็คิดว่านายพัชรวาทควรเป็นหนึ่งในผู้ที่จะต้องถูกเปลี่ยนตัวมากที่สุด ในการปรับ ครม. ครั้งหน้า