"สมศักดิ์" แจงคืบหน้าคดี "ฝรั่งเตะหมอ" ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้ตอบกระทู้ถามสดของนายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สส.ภูเก็ต พรรคก้าวไกล ถึงกรณีที่นายเดวิด ชายชาวสวิตเซอร์แลนด์ ที่ทำร้ายร่างกายหมอหญิง ที่ชายหาดยามู จังหวัดภูเก็ต ถึงการดำเนินคดีหลังการเพิกถอนวีซ่า รวมถึงการตรวจสอบรายได้ของมูลนิธิและภาษีปางช้างย้อนหลัง และการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์วิลล่าออกโดยชอบ หรือเข้าข่ายการฟอกเงิน และมีเส้นทางไปหล่อเลี้ยงข้าราชการบางกลุ่มหรือไม่
โดย นายสมศักดิ์ ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยเรื่องนี้ ซึ่งการทำงานของส่วนราชการ ที่รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในผลกระทบที่เกิดขึ้น ต้องมีการตรวจสอบกันอย่างถี่ถ้วน และเรื่องความปลอดภัยของประชาชนต้องสำคัญ เท่าเทียมกันทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งกรณีนี้ คู่กรณีได้ยอมรับผิด และขอโทษผู้เสียหายแล้ว แต่การขอโทษนั้นยังไม่เพียงพอ และจะเป็นเรื่องตัวอย่างให้กับชาวต่างชาติเห็นว่า หากทำตัวไม่เหมาะสม ก็จะถูกคนในประเทศช่วยกันตรวจสอบ ซึ่งความคืบหน้าเรื่องคดีการทำร้ายร่างกาย ก็จะมีการส่งเรื่องฟ้องได้ในวันนี้ (7 มี.ค.) ส่วนการเพิกถอนวีซ่านั้น ปัจจุบันนายเดวิด มีสถานะผู้ต้องกัก เพื่อรอการส่งกลับประเทศ ส่วนเรื่องคดีความ ยังต้องดำเนินการต่อไปตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งระยะเวลานั้น อยู่ในการพิจารณาของศาล
ขณะที่ การก่อสร้างพูลวิลล่านั้น นายสมศักดิ์ ระบุว่า เทศบาลป่าคลอกได้ตรวจสอบพบว่า บันไดขั้นที่ 3 ของวิลล่า รุกล้ำที่สาธารณะ และได้ทำการรื้อถอนบันไดที่เกิดเหตุออกทั้งหมด รวมทั้งแนวกันคลื่น เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ส่วนเอกสารสิทธิที่ดินพบข้อมูลมีที่ดินงอกเกินมา 43 ไร่นั้น ทางจังหวัดกำลังตรวจสอบ และมีหน่วยงานอื่นที่จะไปช่วยตรวจสอบด้วย
สำหรับกิจการปางช้างนั้น นายสมศักดิ์ ชี้แจงว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ตรวจสอบพบว่า มีใบอนุญาต แต่จะเป็นธุรกิจนอมินีหรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบต่อไป ส่วนการจัดตั้งมูลนิธิช้างนั้น กระทรวงมหาดไทยกำลังตรวจสอบการดำเนินการ และบัญชีการใช้จ่าย รวมทั้งเรื่องของใบอนุญาตพกปืนของนายเดวิดด้วย โดยจะมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พร้อมผู้ตรวจการหลายกระทรวง ดำเนินการตรวจสอบ หากพบธุรกิจนอมินี หรือความผิดใด ๆ พร้อมยืนยันว่า จะต้องถูกลงโทษตามกฎหมายไม่มีละเว้น
"ดีเอสไอ" เผยคืบตรวจสอบพื้นที่ชายหาดยามู
ขณะที่ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รักษาราชการแทนอธิบดี เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าในการเข้าตรวจสอบพื้นที่ชายหาดยามู โดยพบมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องในการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ รวมถึงการออกเอกสาร น.ส.3ก. นั้น ได้มีการมอบหมายให้กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ในวันที่ 11 มี.ค.นี้ เพื่อไปตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ดีเอสไอมีข้อมูลเดิมที่เคยลงตรวจสอบพื้นที่ จ.ภูเก็ต ทั้งภาพถ่ายทางอากาศ บริเวณวิลลา และชายหาดกว่า 100 ไร่ ซึ่งเมื่อดูย้อนหลังพบว่ามีการทำประโยชน์น้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ดังนั้น จึงตั้งข้อสังเกตว่าชายหาดตรงนี้เป็นพื้นที่สาธารณะ แต่ได้สิทธิมาอย่างไร วิธีการใด จึงต้องลงไปตรวจสอบพร้อมดูหลักฐานในการออกเอกสารสิทธิ
"ภาพถ่ายทางอากาศในอดีต ไม่มีที่ทำกิน จึงน่าเชื่อว่าเป็นการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ในการออก น.ส.3ก. และ 90% จะมีการทำประโยชน์มาก่อน แต่ถ้าดูจากภาพถ่ายแล้ว เบื้องต้นไม่พบการทำประโยชน์ จึงต้องสืบสวนสอบสวนต่อไป และจะไม่ตรวจสอบเฉพาะวิลลาเกิดเหตุที่เดียว แต่จะดูทั้งหาด" พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าว